คำพระเทศน์

 
     
 

พระเทศน์
Author: naris
Posted: 10/02 12:07 PM

มีชายคนหนึ่งอยู่สุไหงโกลก..ชื่ออาฮัง..
อาฮังหรือ..เจ๊กฮัง..ซื้อหุ้นขายขาดทุนปีเดียวสามสี่แสนบาท....

ไม่เป็นอันทำมาหากินเลย..พอขาดทุนสี่แสนก็มานั่งทำท่าเหมือนลิงป่วย.....
หมดแรง..หมดอาลัยตายอยาก....
พูดพร่ำอยู่คำเดียวทั้งวัน...อั๊วขาดทุนหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว
จนญาติๆระอา...ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหามมาส่งที่วัดสวนโมกข์...

อาตมาอยู่สวนโมกข์ได้ 7 ปีพอดี ปรากฏว่า..มันก็มานั่งที่ตรงหินโค้ง...นั่งเป็นทุกข์ในท่าเจ๊กหมดทุนท่าเดิม...

นั่งบ่น..อั๊วเจ๊งหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว........
อาจารย์พุทธทาสก็เลยเข้าไปถามว่า....
ฮัง...ลื้อขาดทุนแน่หรือ....
แน่ซิครับ...สี่แสนปีเดียวหมดเกลี้ยง..ผมขาดทุนย่อยยับหมดเลย....
คิดให้ดี...ขาดทุนจริงๆนะเหรอ....
จริงซิครับ...อย่ามาถามยั่วโทสะผมนะ......
อาจารย์พุทธทาสก็เลยถามต่อว่า...โยมอาฮัง...
ที่ลื้อบ่นขาดทุน..ขาดทุนนี่..ลื้อเกิดมาลื้อมีทุนติดตัวมาเท่าไร.......
วันที่ลื้อเกิดมานะ

อาฮังนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง..เอ๊ะ..ใครมันจะไปดึงทุนออกมาจากท้องแม่ได้ในวันเกิดนะ พระนี่ถามอะไรแปลกๆ...
อาฮังตอบว่า ..ไม่มี..
อาจารย์พุทธทาสท่านก็ถามต่อ...เดี๋ยวนี้หม้อหุงข้าวลื้อมีไหม...
หม้อหุงข้าวมี..
เสื้อผัามีใส่ไหม...
มี...
บ้านมีอยู่ไหม......
มี...
ถามอะไรต่อมิอะไร..มันก็ตอบว่า..มีๆๆ...
อาจารย์พุทธทาสท่านจึงบอกว่า ..อาฮัง...ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอก
เพียงแต่กำไรมันลดลงไปนิดหน่อยเท่านั้น.

 



Author: naris
Posted: 10/02 12:09 PM

คิดก่อนจึงทำ

การขยันให้ทาน...ตถาคตไม่สรรเสริญ...แต่ตถาคตสรรเสริญ..คนที่คิดใคร่ครวญ
ดีแล้วจึงให้..
เพราะเมื่อใคร่ครวญแล้ว จะไม่มีใครเดือดร้อนจากการให้...

ที่สุพรรณบุรี...มีอยู่ช่วงหนึ่ง
พระพุทธรูปในวัดหายเป็นจำนวนมาก..หลายวัด...
เสี่ยเจ้าของโรงสี..อดรนทนไม่ได้บอก..หลวงพ่อครับ..ขโมยมันรบกวนพระเหลือเกิน...ผมสงสารท่าน....ผมขอถวายปืนให้ท่านกระบอกหนึ่ง
มันโง่จริงๆ
ไม่รู้เลยว่าอะไรควรถวายอะไรไม่ควรถวาย....ตัวมันน่ะไม่เดือดร้อน
แต่พระน่ะ..ติดคุก

 



Author: naris
Posted: 10/02 12:10 PM

ล้างแค้น...

มือปืนเมืองเพชร...เมาแอ๋เข้ามาหาพระมันชูปืนขึ้น..แล้วเดินเป๋เข้ามา
หลวงพี่ก็เลยโดดหลบเข้าข้างเสา เพราะพระก็เสียวเป็นเหมือนกัน...
มันบอกว่า..หลวงพี่ต้องเป็นพยานให้ผมด้วย...

ไอ้แคล้วมันฆ่าพ่อผมตาย..ผมขอสาบานต่อหน้าพระว่า..ผมจะต้องล้างแค้นให้พ่อผมให้ได้...ถ้าผมฆ่าไอ้แคล้วไม่ได้..ชีวิตนี้นอนตาไม่หลับ

หลวงพี่โผล่ออกมาจากเสา..แล้วบอกว่า..สาธุ..ขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วยที่คิดจะล้างแค้น
คนทั้งศาลาหันมามองหน้าพระเป็นตาเดียว...
โธ่...ก็มันถือปืนส่ายอยู่อย่างนั้นจะให้พระทำยังไง...น่าจะเห็นใจพระบ้างนะ....
อาตมาก็พูดกับมือปืนต่อว่า....
ล้าง..หมายถึง..ทำให้สะอาด
การล้างแค้นเป็นเรื่องดี เรามีความแค้น...แสดงว่า..ความแค้นมันมาเปื้อนจิตใจเรา..
การล้างแค้น...คือล้างที่จิตใจของเราให้สะอาด..ให้ความแค้นมันหมดไปจากใจเรา...
การไปยิงเขาตายอีก...เป็นการเพิ่มความแค้น....ลูกหลานเขาก็ตามจะมายิงมาฆ่าเราอีก..วนเวียนอย่างนี้ไม่จบสิ้น
การล้างแค้น..จึงเป็นการอโหสิกรรม..หมดเวรหมดกรรม
อาตมาจึงขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วย...
พูดเสร็จพระก็หลบไปยืนบังเสาไว้ พระไม่กลัวมันหรอก..แต่พระไม่ประมาท

 



Author: naris
Posted: 10/02 12:10 PM

"คุณพระช่วย"

พวกเราชอบอ้อนวอน..ชอบบนบานศาลกล่าวกันจนเคย....โดยเฉพาะผู้หญิงขอให้พระช่วยจนติดปาก
เกิดมีอะไรขึ้น..หรือตกใจอะไร..จะต้องร้องว่า
"คุณพระช่วย"..ทุกครั้ง...

วันหนึ่ง..อาซิ้มนั่งขายของอยู่ในร้าน...หน้าร้านมีคนมาทำความสะอาดท่อ..แล้วเปิดฝาท่อทิ้งไว้
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินตกท่อ..แล้วตะโกนว่า "ว้ายคุณพระช่วย"
อาซิ้มหัวเราะตัวงอ..แล้วเดินออกมาหาหญิงผู้เคราะห์ร้าย

พระช่วยลื้อไม่ล่ายหรอก..เพราะเมื่อเช้านี้พระก็ตกเหมือนกัน........

 



Author: นะ
Posted: 10/05 05:39 PM

มีพระองค์หนึ่ง...ชอบทำอะไรแปลกๆ...วันหนึ่ง...พวกกรุงเทพฯ..

เอากฐินไปทอดที่วัด
...จัดงานกันใหญ่โต...มีหนัง...มีลิเก...มีดนตรี...ผู้คนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน...ก่อนทอดกฐินผู้คนมารวมกันเต็มศาลา...หลวงพ่อเรียกเด็กวัดมา...บอกให้ไปเอาเนื้อจากโรงครัว มาก้อนหนึ่ง...แล้วเอาเชือกมาด้วย...หลวงพ่อจัดการ...เอาเนื้อ...ผูกติดกับหลังหมาผูกเสร็จ...ก็...ปล่อยหมา.หมาเห็นเนื้ออยู่บนหลัง...ก็ไล่งับ...พอหัวโดดงับ...ตัวก็ ขยับหนี...เพราะหมามันกัดหลังตัวเอง
ไม่ถึง... ยิ่งโดดงับเร็ว...ก้อนเนื้อก็หนีเร็ว...
โดดไม่หยุด...เนื้อก็หนีไม่หยุด...น่าสงสารหมามาก...หมาโดดอยู่นาน...งับเท่าไหร่...เนื้อก็ไม่เข้า ปากสักที...
ผู้คนบนศาลา...พากันหัวเราะชอบใจ...
หัวเราะเยาะหมา...ว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้...ไล่งับ...
จะกินเนื้อ...ที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทันตลอดชีวิต...
หลวงพ่อ...มองดูด้วยความสนุกสนานจนหนำ ใจแล้ว...
ก็แก้เชือกออกมากหลังหมา...แล้วหันมาพูดกับ
ญาติโยมว่า...มนุษย์เรา...มีความรู้สึกว่า ..ตัวเองพร่อง...ตัวเองยังไม่เต็ม...ต้องเติมตลอดเวลา...เติมไม่หยุด...เพื่อให้ตัวเองเต็ม...เราอยากสวย...อยากทันสมัย...ไปหา ซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุด...ทันสมัยที่สุดใส่...ดีใจได้เดือนเดียว ...
มีรุ่นใหม่ ออกมาอีกแล้ว...สวยกว่า...ทันสมัยกว่า...
อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่...ซื้อเสร็จ ๓
เดือน...รุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว...
ซื้อคอมพิวเตอร์ทัน สมัยที่สุด...๒
เดือนต่อมา...มีรุ่นใหม่กว่าออกมา...ของเราตกรุ่น...
ซื้อรถเบนซ์...ทันสมัย ที่สุด...แพงมาก...
ขับได้ ๖ เดือน...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว...
ทันสมัยกว่า...แพงกว่า...ของเรากลายเป็นเชย...
เราต้องก้มหน้าก้มตา...ทำงานทั้งวัน
ทั้งคืน...หาเงินมา...เพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัย...
ซื้อเสื้อผ้าใหม่...มือถือใหม่...คอมพิวเตอร์ใหม่...รถยนต์คันใหม่..เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส..
เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น...ปัจจุบัน...เรากำลังไล่งับความทันสมัย...เหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลัง ของมัน..
ทั้งที่รู้ว่า...ต่อให้ไล่งับทั้งชีวิต...ก็ไม่มีทางตามทัน...น่าสงสารไหมโยม...
คนเต็มศาลา...เมื่อกี้หัวเราะครึกครื้น...ด่าว่า...หมามันโง่...ตอนนี้เงียบสนิท...เหมือนไม่มีคนอยู่

คำเทศน์ของพระพยอม

> > >>ของแปลก
> > >>แท๊กซี่บางคน อาตมานั่งไปด้วยแล้วรำคาญ มันขี้โมโห หงุดหงิดทั้งวัน
> > >>วันนั้นนั่งจากหมอชิต ไปโรงพยาบาลศิริราช มันด่าคนไปตลอดทาง
> > >>ไอ้คนนั้นขับไม่ดี
> > >>ไอ้คนนี้เฮงซวยขับช้า ไอ้บ้านี่ตัดหน้า
> > >>ไอ้เปรตนี้หยุดไม่เปิดไฟเลี้ยว
> > >>มันพูดแต่ว่าแปลกจริง.....แปลกจริง......
> > >>แปลกจริง...........ทางม้าลายมีไม่ข้าม...
> > >>แปลกจริง..................เวลาจะเลี้ยวทำไมไม่เปิดไฟเลี้ยว..
> > >>แปลกจริง............. ที่ห้ามจอดดันทะลึ่งจอด
> > >>อาตมาทนรำคาญไม่ไหว ใกล้ถึงศิริราชแล้ว อาตมาถามว่า
> > >>คุณขับรถมากี่ปีแล้ว...หลายปีแล้วครับ
> > >>ปี่หนึ่งๆมีคนมายั่วทำให้โกรธอย่างนี้บ่อยไหมครับ.......
> > >>บ่อยครับ..วันหนึ่งหลายสิบครั้ง...
> > >>
> > >>อาตมาก็เลยบอกว่า มันมีบ่อยๆวันละหลายสิบครั้ง....มันจะแปลกยังไง
> > >>ของแปลกมันต้องนานๆเกิดครั้งหนึ่ง
> > >>วันนี้เกิดบ่อยๆ ยังตวาดอยู่ได้ว่าแปลกจริง...แปลกจริง..อยู่นั่นแหละ
> > >>มันน่าจะบอกว่า เออ....ธรรมดาจริง..บ่อยจริงมากกว่า
> >
>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
> >>
> >
> > >>เทศน์ช้าไปหน่อย
> > >>วันก่อนอาตมาไปเทศน์ในคุก.....
> > >>อาตมาบอกว่า..พวกเราที่มาติดอยู่ในคุกเนี่ย...เราไม่ได้ติดคนเดียวนะ..
> > >>เราเอาพ่อเอาแม่มาติดด้วย พ่อแม่ต้องลำบากตรากตรำ
หาเงินมาซื้อข้าวปลาอาหาร
> > >>ข้าวของเครื่องใช้และค่ารถค่าเดินทางที่จะมาเยี่ยมเราทุกอาทิตย์...
> > >>
> > >>และเรายังทำร้ายจิตใจท่านให้ต้องทุกข์ทรมานตลอดเวลาขจนกว่าเราจะพ้นโทษ
> > >>
> > >>นักโทษคนหนึ่งมันสำนึกบาป ร้องไห้โฮ อย่างไม่อายใคร
> > >>ท่านทำไมเพิ่งจะมาเทศน์ตอนนี้
> > >>ทำไมท่านไม่เทศน์ก่อนที่ผมจะทำชั่ว
> > >>ไอ้พวกนี้..เวลามันทำชั่วทำอะไรไม่ดี มันโยนให้พระหมด
> > >>อาตมาเทศน์มาตั้งนานแล้ว โยมไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไม่มาฟังเอง.....
> >
>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> > > >>พระไม่เข้าใจ
> > >>วันก่อนเทศน์ให้เด็กอนุบาลฟัง....100 กว่าคนตัวนิดเดียว...
> > >>แต่พอฟังรู้เรื่องแล้ว..อาตมาบรรยายธรรม..พร้อมมีภาพสไลด์ประกอบ...
> > >>เราสอนว่า..คนเราจะประสบความสำเร็จ..มันต้องตั้งใจจริง..
> > >>ทำอะไรก็ต้องทำจริงๆ..ตั้งใจให้แน่วแน่....
> > >>
> > >>เหมือนคนตำน้ำพริก..ตาจ้องดูที่ครก ตำจริงๆ
> >
>
>>ไม่ใช่ตำเป๊กเดียว..แล้วเอามากิน..ต้องตำบ่อยๆ..หลายๆครั้ง...น้ำพริกถึงจะอร่
> อย..
> > >>
> > >>คนเราทำอะไรให้สำเร็จ..มันต้องทำบ่อย ๆ
> > >>ทันใดนั้นเหตุการณ์เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น.....
> > >>
> > >>เด็กผู้ชายตัวเล็ก ห้าขวบ..มันลุกขึ้นยืน..แล้วพูดว่า
> > >>พระ..พระ..พระรู้ไหม..ว่าเด็กก็ชอบดูพระพูดบ่อยๆ.
> > >>แต่พระอย่าพูดธรรมะเยอะนักซิ.....เด็กมันเซ้งระเบิดเลย....
> > >>
> > >>พระเอารูปให้ดูเยอะๆหน่อย
> >
>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
> >>
> >
> > >>โสเภณีที่รัก
> > >>วันหนึ่งมีคนมานิมนต์ให้ไปเทศน์ให้โสเภณีฟัง
> > >>ตั้งแต่บวชมา..เพิ่งจะเจอครั้งนี้แหละ...มันเทศน์ยากพิลึก
> > >>พอไปถึงทุกคนมองพระเหมือนตัวประหลาด ...เ ข้ามาทำไมวะเนี่ย
> > >>พอนั่งปุ๊ป..มองไปรอบๆ..ไม่มีใครสนใจสักคน....
> > >>คิดในใจว่า..จะเอาสูตรไหนมาเทศน์สู้กับมันดีวะเนี่ย .....
> > >>ทำใจดีสู้เสือ..เริ่มต้นคำแรกว่า....
> > >>"สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง.."....
> > >>ได้ผลแฮะ...ได้ผลดีเกินคาด ทุกคนหันมามอง
> > >>ตั้งใจฟังหูผึ่งว่าพระจะพุดอะไรต่อ....
> > >>ได้โอกาส..พระเลยปล่อยไม้เด็ดเลย
> > >>สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง..ผู้ขายของเก่ากินโดยไม่ต้องลงทุน
> > >>เมื่อน้องหญิงอยู่ที่บ้าน....คนทั่วไปจะเรียกน้องหญิงอย่างยกย่องว่า..
> > >>
> > >>กุลสตรี...ยกย่องว่าเป็น เพศแม่
> > >>แต่พอน้องหญิงมาอยู่ในสถานที่อย่างนี้ ความเป็นกุลสตรี
> > >>ความสูงส่งของเพศแม่มันถูกทำลายไป
> > >>
> > >>เขาเรียกน้องหญิงว่า...อีตัว....(อันนี้เซ็นเซอร์หรือเปล่าอ่ะ)
> > >>เวลาเขาจะหาความสุขจากเรือนร่างเธอ..เขามารับเธอไป..เขาไม่ได้พูดให้
> > >>เกียรติเธอเลย...
แทนที่เขาจะบอกว่า..มาเชิญเธอไป..เขากับใช้คำว่า..หิ้วไป
> > >>ใช้คำว่า..หิ้ว...เห็นเราเหมือนเป็ดเหมือนไก่..ไม่ให้เกียรติเราเลย...
> > >>เราน่าจะกลับไปอยู่บ้าน...ใช้ชีวิตทำมาหากินเหมือนเดิม..
> > >>ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยแต่เราก็อยุ่อย่างมีเกียรติ...
> > >>
> > >>ทุกคนนั่งนิ่ง..ทำตาแดงๆ
> > >>เป็นโอกาสดีของพระแล้วที่จะดึงเธอมาเป็นพวก..จึงสนทนาสอบถามเพื่อผ่อนคลาย
> > >>บรรยากาศน้องหญิงหลายคนสักตุ๊กแกไว้ที่ต้นแขน..สักทำไมหรือ..
> > >>อ๋อ..เวลาผู้ชายมาใช้บริการ..จะได้จับผู้ชายให้ติด...
> > >>เพราะตุ๊กแกขามันเหนียวเกาะแน่น..แกะไม่หลุด
> > >>
> > >>โอ..หลักการดี..อาตมาเลยแกล้งหยอกไปว่า...
> > >>ตุ๊กแกมันเกาะแต่ผู้ชายอย่างเดียวหรือ...มันเกาะเอาซุปเปอร์โกโนเลียมา
> > >>ด้วยหรือเปล่า......
> > >>ทุกคนเงียบกริบ รอยยิ้มเริ่มหายไป...บรรยากาศชักไม่น่าลงทุนแล้ว....
> > >>อาตมาเลยถามต่อ....อ้าว..แล้วบางคนที่สักขอกับเคียวไว้ที่ต้นแขนละ....
> > >>มีความหมายว่าอย่างไร
> > >>ก็เอาไว้เกี่ยวสตางค์จากกระเป๋าคนมาเที่ยวไง.......
> > >>เออ..คนเรานี่มันโง่ดี..ถ้าสักขอกับเคียวแล้วมันเกี่ยวสตางค์ได้จริง...
> > >>คนไทยทั้งประเทศไม่ต้องมัวเหนื่อยไปทำมาหากินหรอก...
> > >>สักขอกับเคียวไห้เต็มตัวก็รวยแล้ว
> >
>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
> >>
> >
> > >>ใส่บาตรวันเกิด
> > >>เหล้ากินเข้าไปแล้วก็ขาดสติ...มีเรื่องเล่าว่า
> > >>วันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
> > >>กลางคืนเลี้ยงฉลองร่ำสุรากันเต็มที่..เมาแประ..
> > >>รุ่งเช้าอยากใส่บาตรทำบุญเอาฤกษ์
> > >>
> > >>ขณะตักข้าวจะใส่บาตร ด้วยความเมาทำข้าวหก
> > >>หมาก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันกินข้าว กัดกันเจี๊ยวจ้าว
> > >>พันแข้งพันขาจนเดินไม่ได้..
> > >>ด้วยความโมโห..เงื้อเท้าเตะหมาเต็มแรง...หมามันก็หลบทัน
> > >>แต่พระหลบไม่ทัน โดนหน้าแข้งเต็มๆ
ทั้งๆที่ไม่ได้ร่วมแย่งข้าวด้วยสักหน่อย
> > >>ขณะใส่บาตร..รู้สึกว่ากับข้าวที่เตรียมไว้ ไม่พอดีกับพระ
> > >>แกตะโกนเรียกหลานลั่นเลย....
> > >>"อีหนู เอาปลาทูมาอีกสององค์ วันนี้พระมาสี่ตัว..."
> > >>เหล้ามันทำให้คนกิน..ไม่เป็นผู้เป็นคน..พูดผิด..คิดผิด ทำผิด
> > >>แล้วยังจะกินมันอยู่อีกหรือ........
> >
>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
> >>
> >
> > >>เทศน์รอบดึก
> > >>มีอยู่รายการหนึ่ง เขาจัดงานหารายได้เข้ามัสยิด...
> > >>นิมนต์พระพยอมมาช่วยเทศน์ดึงคนให้หน่อย..เพราะช่วงที่กำลังดังนี้
> > >>เทศน์ที่มีคนฟังเป็นหมื่น..พอประกาศชื่อพระพยอมคนสนใจมาก
> > >>เขาจัดโปรมแกรมให้พระพูดตอนดึก 5 ทุ่ม
> > >>พระก็อยากพูดเร็วๆ พูดเสร็จจะได้รีบกลับ...
> > >>เขาบอกว่า..ไม่ได้..ถ้าท่านกลับ..คนก็กลับกันหมด..
> > >>หอยทอด โรตี..ไก่ย่าง..ยังขายไม่หมดเลย..
> > >>เดี๋ยวท่านรอให้ขาย หอยทอด โรตี ไก่ย่างหมดก่อน..ค่อยขึ้นเทศน์
> > >>กรรมของพระ...ไม่ควรดังเลยเรา....
> >
>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
 
 
 
 
 
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |