เพกา
 

þس โรคกระเพาะ
´
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oroxylum indicum� (L.) Kurz
ชื่อสามัญ :�  Broken Bones Tree
วงศ์ :� �Bignoniaceae
ชื่ออื่น : �มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิดไม้ (เหนือ) ลิ้นฟ้า (เลย) หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นซ้าง (ฉาน-เหนือ) กาโด้โด้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เบโก (มาเล-นราธิวาส)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :ไม้ต้น สูง 3-12 เมตรแตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝัก รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง
ส่วนที่ใช้ : ราก เปลือกต้น ฝักอ่อน เมล็ด
สรรพคุณ :
  • ราก
    -� มีรสฝาดเย็น ขมเล็กน้อย ใช้บำรุงธาตุ ทำให้เกอดน้ำย่อยอาหาร เจริญอาหาร
    -�� แก้ท้องร่วง แก้บิด แก้ไข้สันนิบาต
    -�� ใช้ภายนอก รากฝนกับน้ำปูนใส ทาแก้อาการอักเสบ ฟกบวม
  • เพกาทั้ง5��-��คือการใช้ส่วนราก ใบ ดอก ผล ต้น รวมกันจะมีรสฝาดเย็น มีสรรพคุณสมานแผลก้อักเสบบวม แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุ แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ไข้เพื่อลม เพื่อเลือด
  • ฝักอ่อน� - รับประทานเป็นผัก ช่วยในการขับผายลม บำรุงธาตุ
  • เมล็ด �- ใช้เป็นยาถ่าย เมล็ดแก่ใช้เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ
  • เปลือกต้น-รสฝาดเย็น และขมเล็กน้อย เป็นยาสมานแผล ทำน้ำเหลืองให้เป็นปกติ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับเลือดดับพิษโลหิต บำรุงโลหิต แก้เสมหะจุกคอ ขับเสมหะ แก้บิด แก้อาการจุกเสียด
  • เปลือกต้นตำผสมกับสุรา
    -���� ใช้เป็นยากวาดประซะพิษซางเด็กชนิดเม็ดเหลือง
    -����� แก้ละองขึ้นในปาก คอลิ้น แก้ละอองไข้
    -���� ใช้ฉีดพ่นตามตัวคนคลอดบุตรที่ทนการอยู่ไฟไม่ได้ ทำให้ผิวหนังชา
    - ��� ทารอบ ๆ ฝี แก้ปวดฝีทาแก้อาการฟกบวมอักเสบ
  • ปลือกต้นสดตำผสมกับน้ำส้ม� ซึ่งได้จากรังมดแดงหรือเกลือสินเธาว์
    -��� รับประทานขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด แก้บิด แก้อาเจียนไม่หยุด
    -��� รับประทานแก้เสมหะจุกคอ (ขับเสมหะ) ขับเลือดเน่าในเรือนไฟ บำรุงโลหิต
    นอกจากนี้เปลือกเพกา ใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น แก้เบาหวาน แก้โรคมานน้ำ เปลือกต้มรวมกับสมุนไพรหลายชนิด แยกเอาน้ำมันมาทาแก้
    -���� แก้องคสูตร
    -��� แก้ริดสีดวงทวารหนัก ทวารเบา
    -��� แก้ฟกบวม แก้คัน
สารเคมี
����������� ราก����� มี D-Galatose, Baicalein, Sitosterols
����������� แก่น���� มีPrunetin, B- sitosterols
����������� ใบ������� มีAloe emodin
����������� เปลือก� มี �Baicalein, Chrysin, 6-Methylbaicalein

 

แหล่งที่มา : สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  (4 ֧ = 1 ҷ, 1 ҷ = 15 )
ѹ 24/09/2553 15:45:40
 
 
 
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |