วัดท่าไม้



เริ่มขอสร้างวัดโดย

นายสนิท สุทธิบุตร ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับพระอาจารย์ยอด อุปติสฺโส เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๑
ประกาศตั้งเป็นวัด วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์๒๕๓๒ สังกัดมหานิกาย
รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๗


ลำดับเจ้าอาวาส

๑. พระครูศีลสาครวิมล (จนปัจจุบัน)

ความน่าสนใจของวัด

๑. มีพื้นที่ ๖ ไร่ ติดแม่น้ำระยะทางประมาณ ๘๐ เมตร เป็นที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ

๒. มีแมกไม้ร่มรื่น และสงบวิเวก เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมของสาธุชนทั่วไป
๓. เป็นที่ตั้งของเทียนพรรษาเล่มแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดฐานได้ ๔๔ นิ้ว สูง ๔ เมตร ๙ นิ้ว
๔. มีพระพุทธรูปโพธิธรรมของจีน(พระศรีอารย์)ที่หล่อด้วยทองเหลืองใหญ่ที่สุด หน้าตัก ๕๙ นิ้ว
๕. มีพระประธานในอุโบสถปางชินราชหน้าตัก ๖๙ นิ้วพร้อมพระอัครสาวกคู่ยืนและนั่งปิดทองคำ
๖. หน้าบันส่วนบนอุโบสถด้านหน้า เป็นลายปูนปั้นประดับกระจก รูปท้าวสักกะเทวราชประทับยืน
ประคองพระเกตุแก้วจุฬามณีบนหลังช้างเทพบุตรเอราวัณ ๓ เศียร หน้าบรรณส่วนบนอุโบสถ
ด้านหลังเป็นลายปูนปั้นประดับกระจกรูปท้าวฆฎิการมหาพรหมแปดพระกรประทับยืนประคอง
บาตรเครื่องบริขารและเครื่องสักการะครบชุด ส่วนกลางของหน้าบรรณทั้งหน้าหลังอุโบสถ
เป็นลายปูนปั้นประดับกระจกรูปท้าวจาตุมมหาราช ประจำทิศหลัก ประทับยืนอัญชลีทั้งสี่องค์
๗. มีพญามุจรินทร์ ๗ เศียร เป็นซุ้มสีมาบูรพาหน้าอุโบสถ
๘. มีสวนศาสดาแสดงพุทธประวัติปางผจญมาร,แม่พระธรณี,ท่านท้าวสหัมบดีพรหมอยู่ริมแม่น้ำ
๙. มีปลาอาศัยอยู่บริเวณหน้าวัดชุกชุม เช่น ปลาสวาย,ปลาแรด,ปลามังกร(ซึ่งหายากมาก)
๑๐.เป็นวัดในโครงการอนุรักษ์ปลาหน้าวัด เฉลิมพระเกียรติฉลองศิริราชสมบัติครบ ๕๐ปี
๑๑.เป็นวัดในโครงการลานบุญ ลานใจ ลานกีฬาของกรมการศาสนาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๑
๑๒.มีพระพุทธหทัยพระประธานและแผ่นแกรนิตจารึกปฐมธรรมเทศนาของพระอัสสะชิปัญจวัคคีย์

การคมนาคม

๑. มีถนนถึงวัดจากปากทางถนนเพชรเกษม กม.ที่๒๙ ตรงข้ามซอยศรีเสถียร เข้าไปอีก ๙ กม.
๒. มีถนนถึงวัดจากปากทางถนนเศรษฐกิจซอย ๘ (วิรุณราษฎร์) เข้าไปอีก ๖.๕ กม.
๓. รถเมล์สาย ๘๔ และ ปอ.๑๒ ลงอ้อมน้อยต่อสองแถวกระทุ่มแบน ลงซอยวิรุณ(เศรษฐกิจ๘)
ขึ้นสองแถวลงปากทางเข้าวัดท่าไม้

 

 

ประวัติและความเป็นมา

ทัศนียภาพเมื่อ๒๕๒๑

เริ่มลิขิต เวลา ๑๑ .๐๕ น. วันพุธที่ ๒๒ มีนาคม พ..๒๕๔๓

นับย้อนไปเมื่อต้นปี พ.. ๒๕๒๐ ขณะที่ คุณประชา เวชอุบล (ทุย) ชาวบ้านอ่าวกระบือ ม.๑๐ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร กำลังปัดกวาดลานบ้าน พบพระภิกษุหนุ่มอายุราว ๒๔ ปี แบกกลดสะพายบาตร ยืนสงบอยู่ ทราบว่า ท่านเป็นพระธุดงค์ชื่อ ยอดชาย ฉายา อุปติสฺโส พรรษา ๑ วัดหนองโตนด (พันท้าว) .พงตึก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติสมณธรรม คุณทุยดีใจและได้ชี้นำบริเวณปากคลองคอกหมู ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้นนัก ให้เป็นที่พักซึ่งวิเวกร่มรื่นสงบ อากาศดีไม่มีคนพลุกพล่าน โคจรภิกขาหาอาหารบิณฑบาตสะดวก

 

ในเย็นวันนั้น คุณทุยได้ขอปวารณาตัวเพื่ออุปถัมภ์ท่านตลอดไป แล้วชักชวนญาติสนิทมิตรสหาย มีคุณเฉลิม เวชอุบล (จุก), คุณสัมฤทธิ์ หีบท่าไม้ (อิ๋ว), คุณเล็ก ทวีสุข และชาวบ้านกงซีล้ง ม.๑๑ ต.เดียวกันอาทิ คุณสมใจ, คุณบุญมา จันทร์เจริญ, ท่านผู้ใหญ่อนันต์ แสงวิรุณ และท่านกำนันแม้น เกิดเจริญ ช่วยกันสร้างที่พักสงฆ์ ให้เพียงพอแก่การจำพรรษา ของพระภิกขุสหธรรมิกอีก ๔ รูป จากหลวงพ่อเกลี้ยง (พระครูอินทรสรวุฒิคุณ) วัดเขาใหญ่ ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รวม ๕ รูป เป็นปฐมพรรษา พ.. ๒๕๒๐

ด้วยจริยาวัตร และสามัคคีธรรมร่วมกันของพระภิกขุกับชาวบ้าน ประสงค์จะสร้างเป็นวัด ให้ถาวรวัฒนาสืบไป จึงขออนุญาตสร้างวัดในนามของ คุณลุงสนิท สุทธิบุตร โดยติดต่อขอซื้อที่ดินจาก คุณปู่สัมฤทธิ์ แสงวิรุณ มีคุณผ่อง ศิริรักษ์ เป็นผู้ดำเนินการ จำนวน ๔ ไร่ ๓ งาน ๕๕ ตารางวา เป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต้องรวบรวมเงินยืมจากคหบดีใกล้เคียง ได้แก่ คุณแม่สะอิ้ง วงษ์รักษา, คุณสมจิตร วงษ์รักษา, คุณสุจินต์เพิ่มศิริวิศาล มาเป็นทุนจดทะเบียนในวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ..๒๕๒๐ แต่เนื้อที่ไม่เพียงพอสร้างวัด ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ คุณป้าสายหยุด สุนทโร จึงถวายที่ดินด้วยศรัทธาอีกจำนวน ๑ ไร่ ๔๗ ตารางวา รวมเป็น ๖ ไร่กับอีก ๒ ตารางวา และมีท่านนายอำเภอกระทุ่มแบนรับสัญญายกที่ดินให้สร้างวัด เมื่อวันที่ ๑พฤศจิกายน พ.. ๒๕๒๐ จนได้รับใบอนุญาตสร้างวัดจากกรมการศาสนาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ..๒๕๒๑ มีคุณลุงสนิท สุทธิบุตร เป็นไวยาวัจกร และมีท่านผู้ใหญ่จรูญ ริ้วบำรุง เป็นรองไวยาวัจกร แล้วรวบรวมเงิน จากการตั้งผ้าป่าสามัคคีใช้คืนสำเร็จในปีเดียวกัน ให้นามว่า "สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี(ท่าไม้)" ตั้งแต่นั้นมา

เพื่อเป็นศิริมงคลแก่สถานที่ คุณทุย ได้นำต้นโพธิ์เล็กสูง ๒ ศอก ที่ขึ้นอยู่ ณ วัดหนองโตนดนั้น มาปลูกอธิษฐานไว้หน้าสำนักสงฆ์ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนตรงกับที่พักหลังคาจากเดิม โดยขอให้ต้นโพธิ์เจริญอยู่คู่วัดตลอดไป

ท่านพระอาจารย์ยอด ประกอบด้วยบารมี สามารถสร้างศรัทธาและพัฒนาสำนักสงฆ์ ให้เจริญทั้งวัตถุธรรมและศีลธรรม ตลอดจนสาธารณประโยชน์ อาทิ ศาลาท่าน้ำ , กุฏิสุขวัฒก์ (โดยคุณอ่อน สุขวัฒก์เป็นเจ้าภาพและเป็นช่างสร้างด้วยตนเอง),บ่อสูบน้ำบาดาลจ่ายไปยังหมู่บ้านหมู่ ๑๑, ติดตั้งไฟฟ้า, สร้างศาลาการเปรียญซึ่งได้ไม้เก่า จากการประมูลโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดสมุทรสาครทั้งหลัง มีไม้เป็นจำนวนมากต้องชักลากจากท่าน้ำฝั่งวัดนางสาว ขึ้นมาตามลำน้ำ มีเรือยนต์ใหญ่ลากจูงเป็นของสำนักเอง ๑ ลำ

ลำแรกของสำนัก

เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้น ใช้ทางเข้าออกสำนัก เพียงทางเรือทางเดียว ท่านจึงดำเนินการขอถนน เส้นทางจากวัดท่ากระบือมายังสำนักสงฆ์ ระยะทางยาวประมาณ ๕ กิโลเมตรเศษ และมีโครงการสร้างท่าเรือข้ามฝากไปยังซอยวิรุณราษฎร์อีกโครงการหนึ่ง

 

กิจกรรมสำคัญที่ทำให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ในแถบกระทุ่มแบนคือ การบรรพชาสามเณรฤดูร้อนจากทั่วสารทิศเป็นจำนวนร้อยๆรูป ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๑ โดยท่านเจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน(พระครูโสภณธรรมสาคร) เจ้าอาวาสวัดอ้อมน้อย เป็นพระอุปัชฌาย์ จวบจนวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ..๒๕๒๒ ท่านพระคุณสมเด็จวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ ได้เมตตาเดินทางมาเป็นประธาน ในพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญหลังใหม่ ที่จะจัดสร้างขึ้นให้เป็นการถาวรในงานนี้ ได้จัดให้มีการแสดงโขนของกรมศิลปากร และการแสดงความสามารถรำกระบองไฟสมโภช ซึ่งหาชมได้ยากในถิ่นนี้

ครั้นวันที่ ๑ เมษายน พ.. ๒๕๒๓ ท่านพระคุณสมเด็จพระพุฒโฆษาจารย์วัดสามพระยากรุงเทพฯ ได้เมตตามาเป็นประธานบรรพชาสามเณรฤดูร้อน ณ ศาลาการเปรียญหลังเก่า

สำหรับด้านวัตถุมงคล ท่านพระอาจารย์ยอด ได้สร้างพระผงสมเด็จ, เหรียญปรกโพธิ์, เหรียญแม่นางกวักและผ้ายันต์สี่ทิศ เป็นที่นิยมนับถือทั่วไป และยังคงเหลือเป็นสมบัติวัดเพียงบางส่วนเท่านั้น

ต้นฤดูหนาว คืนวันพุธก่อนวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ..๒๕๒๔ เป็นวันลอยกระทง ท่านพระอาจารย์ยอด แจ้งแก่คุณทวี สมท่า ชาวบ้านอ้อมใหญ่ศิษย์ผู้ดูแลใกล้ชิดว่า "ขอฝากวัดด้วย" รุ่งขึ้นท่านได้จาริกหายไป ไม่กลับคืนอีกเลย รวมเวลา ๔ ปี ของท่านพระอาจารย์ยอดชาย อุปติสฺโส

พระกิตติพงษ์ กิตฺติญาโณ อายุ ๓๒ ปี พรรษา ๕ นักธรรมตรี จากวัดนกออก ต.นกออก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เข้าพักจำพรรษาในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๒๑ จนถึงประมาณ พ..๒๕๒๔ รวมเวลา ๓ ปีในฐานะรองเจ้าสำนักสงฆ์ ได้จัดสร้างพระพุทธโพธิธรรม (พระสังฆจายจีน) เนื้อทองเหลืองหล่อทั้งองค์ หน้าตัก ๕๙ นิ้ว นับว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประจำอยู่สำนักสงฆ์แห่งนี้ และได้จาริกออกธุดงค์ต่อไป

พระจรัส ญานวุฑฺโฒ อายุ ๗๔ ปี พรรษา ๒๐ นักธรรมเอก จากวัดสามง่าม ต.สามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เข้าพักพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.. ๒๕๒๔ ได้สืบสานงานสร้างถาวรวัตถุต่อมาอีก ๒ รายการ คือ สร้างกุฏิแถว ๓ ห้อง ใต้ถุนสูง กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๘ เมตร และสร้างศาลาโรงครัวด้วยไม้เก่าที่เหลืออยู่ แต่ยังไม่ได้เทพื้นปูน ใช้เวลา ๒ ปี จนถึง พ.. ๒๕๒๖ จึงจาริกหายไป

พระอุปถัมภ์ เข้าพักอาศัยในต้นปี พ..๒๕๒๗ ได้พยายามรวบรวมศรัทธาประชาชนอยู่๒เดือนจึงจาริกไป

มีบางท่าน ได้เสนอให้ยุบเลิกวัดเสีย แต่ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ขณะนั้นคือ ท่านพระครูธรรมรัตน์วัดนางสาว ได้เล็งเห็นประโยชน์แก่มหาชนรุ่นหลัง ให้คงสภาพสำนักสงฆ์ต่อไป และมอบให้ ท่านพระอาจารย์ประสิทธิ์ กิตฺติภทฺโท อายุ ๒๓ ปี พรรษา ๒ นักธรรมโท มาเป็นผู้ปกครองดูแล ตั้งแต่วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ..๒๕๒๗ ร่วมกับ พระวิรัตน์ ตนฺติปาโล อายุ ๒๗ ปี พรรษา ๕ นักธรรมเอก จากวัดนางสาวเช่นกัน

ท่านทั้งสองได้ดูแลรักษาก่อสร้างเพิ่มเติมสำนักสงฆ์ให้สงบร่มรื่น ด้วยความอุปถัมภ์ของคณะศรัทธาคุณหมอเปีย (ปิยะ) ศรลือชา พร้อมญาติมิตรของท่าน ช่วยกันฟื้นฟู จนมีพระภิกษุจำพรรษา และไปร่วมฟังพระปาติโมกข์ ณ อุโบสถวัดนางสาวเป็นประจำ, รวบรวมกฐินสามัคคีปีนั้นได้ประมาณแสนเศษ จึงเริ่มเทพื้นศาลาโรงครัว, สร้างห้องพัสดุ ๔ ห้อง, ซ่อมแซมกุฏิที่พักให้มั่นคงแข็งแรง, ปลูกไม้ยืนต้นโตไว ทั้งไม้ดอกไม้ผลตามโครงการกรมป่าไม้ หลายชนิดเต็มพื้นที่, ให้บริการเรือยนต์เพื่อความสะดวกในการสัญจรทางน้ำเพิ่มห้องพักพระเป็น ๖ ห้อง, สร้างถนนดินให้รถยนต์เข้าถึงสำนักในหน้าแล้ง และต้องต่อสู้กับภัยน้ำท่วมขังทุกปี

 

 

คุณแม่จินตนา แสงวิรุณ ได้นิมนต์ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล มาพักรักษาตัวที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ระหว่างวันที่ ๒๐มกราคม พ..๒๕๓๐ จนหายอาพาธกลับไปเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ศกเดียวกัน

เมื่อถึงกลางปี พ..๒๕๓๑ ได้ริเริ่มโครงการสร้างอุโบสถ โดยมอบให้ท่านผู้ใหญ่สมเจตน์ บุญชัยหมู่ ๑๑ และท่านผู้ใหญ่สมหมาย เลาหบุตร หมู่ ๑๒ เป็นผู้รักษาบัญชีกองทุนร่วมกัน รับบริจาคลูกนิมิต ๙ ลูกหินสอง ๑ ลำเรือ และปัจจัยอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท กับทั้งอาราธนา ท่านพระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล พร้อมคณะ จากวัดสุมนาวาส เขากะโหลก ต.ปากน้ำ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นลูกหลานของญาติโยมในพื้นที่ มาสังกัดสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเหลือในกิจการต่างๆ และเชิญ คุณนิวัติ โศภารักษ์ เป็นประธานสร้างอุโบสถ

ท่านอาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ไชยคีรี ได้จัดตั้งผ้าป่าสามัคคีสร้างกุฏิพระอุปัชฌาย์ กับอาศัยความตั้งใจและความสามัคคีของพุทธบริษัท ทั้งที่ใกล้เคียงและห่างไกล ช่วยกันสร้างกุฏิพระหลังเดี่ยวเพิ่มอีก ๖ หลังใช้งบประมาณ ๙๐,๐๐๐ บาท ให้ชื่อเป็นเกียรติแก่ผู้อุปถัมภ์ดังนี้ ๑. กุฏิเวชอุบล ๒. กุฏิอุปัชฌาย์ ๓. กุฏิโศภารักษ์ ๔. กุฏิเลียงผา ๕. กุฏิจรดล ๖. กุฏิมณีโชติ, หอกลองใหม่ ๑ หอใช้งบประมาณ ๗๐,๐๐๐บาท มีคุณอำพลและคุณจอม ริ้วบำรุงเป็นนายช่าง,

สร้างพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับสังคายนาของกรมการศาสนา ฉลองพระชนมายุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ ๕ รอบ ๑ ชุด ๔๕ เล่ม พร้อมตู้แกะสลักทองโดยแม่ชีสะอิ้ง มณีโชติร่วมกับคุณวรนุช มณีโชติ เป็นเจ้าภาพเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐บาท, ส่วนภาษาไทยอีก ๑ ชุด ๔๕ เล่ม สร้างจากมหาชนทั้งที่ใกล้และไกล ดังปรากฏนามผู้สร้างในหนังสือทุกเล่ม

สร้างอาสนะสงฆ์ในหอฉัน ใช้งบประมาณ ๒๔,๐๐๐ บาท มีคุณสังวาล ภู่รอดเป็นนายช่าง ได้รับอุปถัมภ์จากการทอดกฐิน ๓ ปี ของคุณสุกานดา ตรีวีรวุฒิ และคุณแม่สมใจ ทรัพย์ศรีโสภา

ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ..๒๕๓๒ ได้ยกฐานะของสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี ขึ้นเป็น "วัดท่าไม้" ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ มีคณะกรรมการจัดงานปิดทองหลวงพ่อโตขึ้นทุกปีในเทศกาลตรุษไทยรวม ๒ วันนำโดย คุณอำพล เจียวท่าไม้ เป็นประธาน เริ่มงานครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓-๔ มีนาคม พ.. ๒๕๓๓ มีมหรสพสมโภช ประกอบการกุศลหลายรายการ เช่น อาราธนาพระภิกษุจากอารามต่างๆรวม ๔๔ รูปเจริญพระธรรมจักรฯ และประกอบพิธีอาพาธพินาศ, ปิดทองพระ,จำหน่ายวัตถุมงคล เป็นต้น ในงานนี้ คุณวัชรินทร์สุทธิบุตร ได้มอบทุนสร้างเสาอุโบสถ ๒ ต้น เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท

เทศกาลวันวิสาขบูชา วันที่ ๘ พฤษภาคม พ..๒๕๓๓ ได้จัดงานเทศน์มหาชาติประยุกต์ประกอบการแสดงทรงเครื่องของคณะขวัญจิต ศรีประจัญ แสดงธรรมโดยท่านพระมหาละเอียด เปรียญธรรม ๙ ประโยคจากวัดสามพระยา ร่วมกับ ท่านพระครูสังฆรักษ์สุชิน วัดโพธิ์เรียง กรุงเทพฯ มีคณะอุบาสกอุบาสิกาจากละแวกใกล้เคียงเข้ารับฟังและรับชมประมาณ ๑๐๐ ท่าน

คุณยายทองคำ นุสธรรมได้แนะนำให้คุณธวัชชัย กันเรืองชัยและภรรยา รวมทั้งคณะเครือญาติจากบางขุนนนท์ จัดสร้างพระประธานพุทธชินราช หน้าตักกว้าง ๖๙ นิ้ว ถวายพร้อมพระอัครสาวกยืนคู่เท่าคนจริงเพื่อประดิษฐานไว้ในอุโบสถของวัดท่าไม้ต่อไป ในกาลนี้ได้ทอดผ้าป่าสามัคคีอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ..๒๕๓๓ และอัญเชิญพระพุทธประธานมาประดิษฐานไว้ที่โคนโพธิ์อธิษฐาน ชั่วคราว

ท่านพระคุณสมเด็จธีรญาณมุนีวัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ เมตตาแสดงพระธรรมเทศนา เนื่องในโอกาสวางศิลาฤกษ์หอระฆังของ คุณนุกูล -คุณนวลจันทร์ สุขวัฒก์ เป็นเจ้าภาพ ด้วยงบประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ บาทมี คุณจั้ว ตระการวงค์ไพศาลเป็นนายช่าง และเมตตาอุปสมบท พระโสภณ ธมฺมโสภโณ ณ อุโบสถวัดนางสาว เพื่อมาประจำวัดท่าไม้ เป็นกรณีพิเศษ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๓ นับเป็นพระภิกษุรูปที่ ๒ ที่สังกัดวัดท่าไม้ อย่างเป็นทางการ

 เนื่องจากเป็นการสมควรที่วัดท่าไม้จะได้มีเจ้าอาวาส ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ ในขณะนั้นคือท่านพระครูสาครธรรมรัตน์ วัดสุวรรณรัตนาราม ได้อาราธนาท่านพระครูโสภณธรรมสาคร เจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน วัดอ้อมน้อย มาประชุมร่วมกับพระภิกษุสามเณรและทายกทายิกาของวัดท่าไม้ สรรหาพระภิกษุที่มีคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม นำเสนอพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร วัดเจษฎาราม ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโลเป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ..๒๕๓๓

ต้นปี พ..๒๕๓๔ คณะคุณชลอ ศรีสุกใส มีศรัทธาสร้างซุ้มกันสาดถวายพระพุทธประธานที่โคนต้นโพธิ์ ใช้งบประมาณ ๓๕,๐๐๐ บาท ต่อมาหลังงานเทศกาลตรุษไทยปีนี้ คุณสุรพงษ์ ประเสริฐศรี ได้ริเริ่มจัดตั้งชมรมอนุรักษ์มรดกไทยวัดท่าไม้ มีท่านอาจารย์พักตร์ ศรีนิเวศน์ อดีตศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธาน เพื่อส่งเสริมงานประเพณีไทยประจำท้องถิ่น ได้จัดงานมหาสงกรานต์ ทอดผ้าป่าสามัคคี,และนิมนต์ท่านพระอาจารย์พรภิรมย์ จากวัดรัตนชัย ต.สำเภาล่ม อ.พระนคร จ.อยุธยาฯ มาเป็นองค์แสดงธรรมพิเศษในวันที่ ๑๔ เมษายน พ..๒๕๓๔

คุณจำรัส - คุณนงนุช เกตุพันธ์ ประสงค์จะถวายทุนสร้างอุโบสถ จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท ในวันวางศิลาฤกษ์ ทางวัดจึงกำหนดสถานที่ตั้งอุโบสถ ณ ที่บริเวณศาลาการเปรียญเดิม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของวัด และย้ายศาลาการเปรียญไปสร้างที่แนวริมคลองทางทิศเหนือ เยื้องไปหลังอุโบสถ ในการนี้ต้องถมดินตลอดพื้นที่และทำถนนหินคลุกติดต่อภายในรวม ๓๕๐,๐๐๐ บาท ยกพื้นได้ศอกเศษ เพื่อลดระดับน้ำท่วม

ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างอุโบสถในวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ..๒๕๓๔ โดยคุณพ่ออ่อน สุขวัฒก์และคุณแม่ป้อม สุทธิบุตร เป็นประธาน มี คุณนุกูล-คุณนวลจันทร์ สุขวัฒก์ เป็นผู้อุปถัมภ์ร่วมกับประชาชน ได้ทุนดำเนินการขั้นต้นรวม ๘๔๐,๐๐๐ บาท รับเหมาก่อสร้างโดยคุณสุกิจ แม้นเหมือน ตามแบบแปลนของกรมศิลปากร เป็นอุโบสถภายในกว้าง ๕ เมตร ยาว ๙ เมตร มีมุขหน้าและมุขหลังรวมอีก ๖ เมตร มี ๖ หน้าต่างมี ๔ ประตู ใช้เสาเข็มยาว ๖ เมตร ๓๐๐ ต้น เทคานคอดิน ๒ ชั้น หล่อเสา ๑๖ ต้น และเทพื้นภายในทั้งหมด สำเร็จในปีเดียวกัน

คณะกรรมการจัดงานเทศกาลปิดทองหลวงพ่อโตประจำปี ร่วมกับ ชมรมอนุรักษ์มรดกไทยวัดท่าไม้ จัดงานหารายได้สมทบทุนสร้างอุโบสถตลอดมา มีมหรสพและการแข่งขันกีฬา อาทิ ลิเก ภาพยนต์ ตระกร้อแข่งเรือมอเตอร์,ก่อพระทราย,ชักเขย่อ,ปิดตาตีปีบ,แย้ลงรูเป็นต้น

คุณสกล-คุณราตรี มณีกุลร่วมกับคณะมีคุณป้าสุพรรณี วงศ์สุคนธ์,คุณวิชัย กรรณประชาและคุณนงลักษณ์ วรธรรม จัดตั้งพุ่มผ้าป่าตามร้านค้าต่างๆ บริเวณตำบลไร่ขิงและที่ใกล้เคียงในเทศกาลสารทไทยเริ่มปี พ.. ๒๕๓๕ ตลอด ๓ ปี เพื่อให้เป็นทุนสร้างอุโบสถ

งานทอดกฐินสามัคคีปีแรก มีคุณนุกูล-คุณนวลจันทร์ สุขวัฒก์รับเป็นเจ้าภาพลิเกเด็กกำพร้าคณะวัดสระแก้วรุ่น ๔ ฉลองสมโภช และทอดผ้าป่าถวายอีก ๒๐๐,๐๐๐ บาทในวันทอดกฐินวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ..๒๕๓๕ งานสร้างอุโบสถจึงดำเนินต่อไปได้ถึงเอวขันธ์ มีคุณปู่หร่อง แสงวิรุณ เป็นเจ้าภาพ ๑ แสนบาท ถึงช่องหน้าต่างมีคุณป้าสร้อยทอง พันธ์ชาตรีและครอบครัวเป็นเจ้าภาพทิศบูรพา

ในส่วนของศาลาการเปรียญ ได้เทพื้นและยกอาสนะสงฆ์ กรุฝ้าเพดานด้วยโครงอะลูมิเนียมยม ได้จตุปัจจัยจากผ้าป่าสามัคคีของคุณแม่เหมี่ยน สุริยะโชติกุลและคณะรวม ๑๕๐,๐๐๐ บาท

ทางชมรมพระเครื่องกระทุ่มแบนนำโดยคุณชลอ ศรีสุกใส ได้จัดงานประกวดพระเครื่องขึ้นที่โรงเรียนวัดอ้อมน้อย เพื่อหาทุนสร้างหลังคาอุโบสถวัดท่าไม้ อาศัยพระเครื่องของขวัญจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นสิริมงคล ได้เงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เมื่อต้นปี พ..๒๕๓๖

คุณพ่อบุรินทร์ แสงวิรุณ ก่อสร้างเรือนรับรองคอนกรีตเทดาดฟ้าห้องกระจกพร้อมทั้งตกแต่งภายในเชื่อมกุฎิสุขวัฒก์ เป็นเงิน ๒๖๐,๐๐๐ บาท และสร้างเขื่อนหินถือปูน ตลอดริมแม่น้ำและปากคลองกันน้ำเซาะดินรวม ๒๕๐,๐๐๐ บาท

วันที่ ๒ สิงหาคม พ..๒๕๓๖ ตรงกับวันอาสาฬหบูชา ได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธประธานเข้าประดิษฐาน ณ แท่นชุกชีภายในอุโบสถ มีพุทธบริษัทมาร่วมประกอบพิธีหลายร้อยคน ในโอกาสนี้ทางชมรมอนุรักษ์มรดกไทยวัดท่าไม้ จัดให้มีโครงการหล่อเทียนพรรษาใหญ่ที่สุด วัดรอบฐานเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔๔ นิ้ว ใช้เนื้อเทียนล้วนหนักประมาณ ๒ ตัน นำมาจากวัดต่างๆทั่วจังหวัดสมุทรสาครและที่ใกล้เคียง สูงถึง ๔ เมตร ๙ นิ้ว เมื่อหล่อเสร็จแล้ว จะทำการจุดฉลองงานเฉลิมสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในกลางปี พ..๒๕๓๙ และบำรุงรักษาไว้เป็นมรดกสำคัญต่อไป มีมูลค่า ๙๐,๐๐๐บาท

ท่านผู้ใหญ่สมเจตน์ บุญชัยและคุณวรรณชัย เพศประเสริฐ ได้ขอบริจาคเรือบรรทุกข้าว ของคุณวีณา ตะเคียนนุช เพื่อสร้างท่าเรือให้รถจักรยานยนต์สามาถข้ามฟากจากหน้าวัดไปขึ้นซอยวิรุณราษฏร์ และทางท่านพระครูสิริสาครธรรม เจ้าอาวาสวัดท่ากระบือ ร่วมบริจาคทุ่นขึ้นเรือเก่า ๑ ทุ่น ประกอบกับทุนของวัดที่ได้จากจัดงานเลี้ยงเปิดท่าเรือ จัดซื้อทุ่นกลางเก่าใหม่ของคุณนุกูล-คุณนวลจันทร์ สุขวัฒก์ อีก ๔๐,๐๐๐บาทรวมเป็นเงินทุนสำรองของวัด ๑๓๐,๐๐๐ บาท ทำพิธีเปิดบริการข้ามฝาก วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ..๒๕๓๖ มีท่านกำนันบุญเลิศ มาพิทักษ์เป็นประธาน

เดือนมกราคม พ..๒๕๓๗ พระอาจารย์ธรรมงาม(พระโสภณ ธมฺมโสภโณ)ครูสอนพระปริยัติธรรมวัดท่าไม้ สร้างอาคารถือศีลรวม ๕ ห้องพร้อมสุขา ๔ ห้อง ไว้ริมคลองทิศเหนือใช้งบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทและกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ..๒๕๓๗ คณะคุณสุรพงษ์ ประเสริฐศรี สร้างกุฏิสามมุข ๒ ห้อง พร้อมสุขาในตัว ไว้ริมแม่น้ำทางทิศอาคเนย์ ใช้งบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

วันที่ ๘ กรกฎาคม พ

 

 

 
   
   
   

สถานที่ตั้ง

ปากคลองไหหลำ บ้านท่าไม้ เลขที่ ๕๑ ม. ๑๑ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ๗๔๑๑๐
โทรศัพท์และโทรสาร (๐๓๔) ๔๗๒๔๔๑, ๘๔๓๖๐๓

สถานที่ตั้ง
ริมฝั่งขวาแม่น้ำท่าจีนตอนต้น อยู่เยื้องกับวัดอ้อมใหญ่ และ วัดนางสาว ใกล้เคียงกันกับ
โบราณสถานโรงเรียนบ้านปล่องเหลี่ยม และ วัดท่ากระบือ

 

เจ้าอาวาส

1.

 

 
 
   
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |