วัดนวลนรดิศวรวิหาร



วัดนวลนรดิศ เป็นวัดอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของคลอง

บางกอกใหญ อยูตรงกันขามกับวัดประดูฉิมพลี โดยมีคลองกั้น แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ

กรุงเทพมหานคร

อาณาเขต

วัดนวลนรดิศวรวิหาร ตั้งอยูเลขที่ 157 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ที่ตั้ง

วัดอยูบริเวณฝงตะวันตกของคลองบางกอกใหญ และติดตอกับคลองขุดภาษีเจริญ (เปนพื้นที่ที่ไมมี

ผูใหญบานมาตั้งแตโบราณเพราะวาเปนเศษที่ดินใกลกับเขตพระราชฐานในสมัยกรุงธนบุรี

ในปจจุบัน มีเนื้อที่ตั้งวัดรวม 12 ไร 2 งาน 93 ตารางวา

ทิศเหนือ จดที่ดินเอกชน

ทิศใตทาง หลังวัดจดเขตพระราชวัง (วังประตูน้ําของสมเด็จอินทรศักดิ์

ตั้งแตสมัยรัชกาลที่ 6)

ทิศตะวันออก จดคลองบางกอกใหญ

ทิศตะวันตก จดที่ดินเอกชน

วัดนวลนรดิศวรวิหาร เดิมเปนวัดโบราณ สันนิฐานวาสรางมาตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา แต

ไมปรากฏหลักฐานที่แนนอน เดิมเรียกกันวาวัดมะกอกใน คูกับวัดมะกอกนอก (วัดอรุณราช

วราราม) เนื่องจากตั้งอยูริมฝั่งแม่นำเจาพระยาแนวเดิม ปจจุบันคือคลองบางกอกใหญ โดยวัด

อรุณราชวรารามตั้งอยูดานนอก วัดนวลนรดิศอยูลึกเขาไปอีก จึงเรียกวาวัดมะกอกใน ในสมัยกรุง

ธนบุรี วัดมะกอกในอยูในสภาพที่ชํารุดทรุดโทรมมากจนเกือบจะเป็นวัดร้าง

ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช

ทานผูหญิงนวล ภริยาเจาพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ซึ่งเปนพระภคินีของสมเด็จพระ

อมรินทราบรมราชนีในสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ไดเห็นความทรุดโทรมของวัด

บังเกิดความรูสึกสลดใจ จึงรับเปนผูอุปการะวัด ไดทําการบูรณะปฏิสังขรณโดยการรื้อถอนสิ่งปรัก

หักพัง แลวสถาปนาใหม ระยะนี้อยูในราวรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย ตอน

ตนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว แลวทานผูหญิงนวลก็ถึงแกอนิจกรรม

สถานที่ตั้ง

ประวัติวัดนวลนรดิศ

2

เมื่อสมเด็จพระยาบรมมหาประยูรวงศ (ดิศ บุนนาค) บุตรทานผูหญิงนวลขณะดํารง

ตําแหนงเปนเจาพระยาพระคลัง ไดสรางวัดประยูรวงศาวาสเสร็จเรียบรอยใน พ.. 2379 แลวก็ได

มาบูรณะปฏิสังขรณวัดมะกอกในตอ แลวนอมเกลาฯถวายเปนพระอารามหลวง ในรัชสมัยพระ

บาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว

พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว พระราชทานนามวัดใหมวา วัดนวลนรดิศเพื่อ

ระลึกถึงทานผูหญิงนวลและสมเด็จเจาพระยาบรมมหาประยูรวงศ มารดาและบุตรผูสถาปนาวัดนี้

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เจาพระสุรวงศไวยวัฒน (วร บุนนาค)

และเจาพระยาภาสกรวงศ (พร บุนนาค) ไดทําการบูรณะปฏิสังขรณอีกครั้ง

ในปจจุบัน ไดมีการบูรณะปฏิสังขรณอีกหลายครั้ง โดยทําการซอมแซมสิ่งที่ชํารุดทรุด

โทรม และสรางเพิ่มเติมสิ่งตาง ๆ อยูบาง เชน บูรณะปฏิสังขรณพระอุโบสถใหมทั้งหลัง เมื่อ

.. 2508 สรางกุฎิ สรางกําแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ โรงปริยติธรรม ณาปน

สถาน ศาลาบําเพ็ญกุศล สรางชุกชีใหม ทั่วทั้งพระวิหาร สิ่งสําคัญภายในวัด

พระอุโบสถ เปนอาคารทรงไทย กวาง 10.20 เมตร ยาว 25.50 เมตร กอสรางดวย

คอนกรีต หลังคา 2 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบ ประดับชอฟา ใบระกา ทําดวยปูนปน หนาบันพระ

อุโบสถแบงเปน 2 สวน สวนบนตรงกลางทําเปนลายเสมาธรรมจักร รอบ ๆ ประดับดวยลายกนก

ตรงสวนที่แบงประดับดวยกระจงฐานพระและกระจงรวน สวนลางตรงกลางแบงเปน 5 ชวง นา

จะหมายถึงพระพุทธเจา 5 องค ฐานสวนลางมีตัวอักษรจารึกวา พ.. 2506 อันแสดงถึงปที่บูรณะ

ปฏิสังขรณพระอุโบสถ ประตูหนาตางพระอุโบสถประดับดวยซุมปูนปน ลายตรงประตูดานนอก

เปนลายรดน้ํา บานประตูดานในเปนภาพเขียนสีรูปโคม และโตะจีน ฝาผนังภายในเปนผนังปูน

เกลี้ยงๆ

พระประธานในพระอุโบสถเปนพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญพอควร ประทับอยู

บนฐานชุกชี มีซุมเรือนแกวประดับ เบื้องหนาพระประธานเปนพระอัครสาวก 2 องค ยืนพนมมือ

หันหนาเขาหาพระประธาน

สําหรับพระอุโบสถนี้เปนพระอุโบสถหลังใหมที่เพิ่งทําการบูรณะปฏิสังขรณเมื่อ

.. 2506 กอนหนานี้พระอุโบสถมีลักษณะรกราง มีพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ทําดวยหินทรายแดง

ขนาดใหญเต็มไปทั้งพระอุโบสถ พระพุทธรูปในพระอุโบสถปจจุบันก็ไดทําการบูรณะใหมเปนลง

รักปดทอง แตหุนขางในพระพุทธรูปยังคงเปนศิลาสมัยอยุธยาทั้งสิ้น ยังคงมีเคาของเดิมปรากฏอยู

พระวิหาร เปนอาคารทรงไทย สรางดวยคอนกรีตเสริมเหล็ก กวาง 9.60 เมตร ยาว

20.20 เมตร หลังคา 2 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสี ประดับชอฟา ใบระกา หางหงส ทําดวยปูนปน

ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุ

3

หนาบันพระวิหารเปนลายปูนปนแบบจีน เปนรูปแจกันดอกไม นก และสัตว ทาสีตาง ๆ ภายใน

พระวิหาร บนฐานชุกชีเปนที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดตาง ๆ และปางตาง ๆ หลายองค

พระเจดีย์ อยูดานหลังพระอุโบสถ กอนถึงพระวิหาร เปนเจดียเหลี่ยมยอ ไมสิบหก

องคระฆังเปนเหลี่ยม ถัดไปเปนปลองไฉนเรียงสูงขึ้นไป เปนพระเจดียปูน

ศาลาการเปรียญ เปนเรือนไม กวาง 18 เมตร ยาว 25 เมตา หลังคามุงกระเบื้อง เคลือบ

สีเปนหลังคา 2 ชั้น ประดับดวยชอฟา ใบระกา หางหงส หนาบันประดับลวดลายปดทอง

อาคารกอดวยไมทั้งหลังทําเปน 2 ชั้น หอระฆัง กอเปนหอสูง 2 ชั้น กวาง 3 เมตร สูง 11

เมตร

นอกจากนี้ยังมีอาคารเรียนพระปริยัติธรรม ณาปนสถาน และกุฏิทั้งหมด 13 หลัง

ปจจุบันสิ่งกอสรางทั้งหลายนี้ ยังอยูในสภาพดีอยู

กอนที่จะสถาปนาวัดเปนพระอารามหลวงนั้นนั้นไมปรากฎหลักฐานการจั ดพิ มพบันทึกไว

เทาที่ปรากฏนามหลังจากสถาปนาวัดเปนพระอารามหลวงแลวมีดังนี้

1. พระอธิการเฮง (ไมปรากฏสมณศักดิ์)

2. พระศาสนานุรัก (กิม) ครองวัดประมาณ 40 ปเศษ

3. พระสังวรวิมล (แชม) ธม.มนน.โท ปกครองวัดประมาณ 50 ปเศษ)

4.พระสุนทรกิตติคุณ (สวัสดิ์ อุดุจารี) ครองวัดตั้งพ..2527 ถึงปจจุบัน

ตราประจําวัดมีลักษณะเปนรูปใบสีมา ตรงกลางเปนรูปธรรมจักร มีขนาดสูงพอประมาณ

รายนามเจาอาวาสตั้งแตอดีต - ปจจุบัน

 
   
   
   

สถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่เลขที่ 157 แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
 

เจ้าอาวาส

1.

 

 
 
   
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |