วัดแดนสงบอาสภาราม



ประวัติ วัดแดนสงบอาสภาราม
อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

ก่อนที่จะมาเป็น วัดแดนสงบอาสภาราม
วัตถุประสงค์, การขยายสำนัก
มงคลนามสำนัก, การก่อสร้าง
การอุปถัมภ์, การพัฒนา
พระปฏิมากรรมและวัตถุมงคล(หลวงพ่อขาว), การเผยแผ่ธรรมะ

ประวัติความเป็นมาของวัดแดนสงบอาสภารามนั้น มีความเป็นมาอันสืบเนื่องมาจากการจัดตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้เริ่มจัดตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ นับเป็นเวลาผ่านมา ๔๓ ปีกว่าแล้ว ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหลายท่านได้เขียนประวัติความเป็นมาไว้บ้างแต่ก็มีอยู่กระจัดกระจายทำให้ยากแก่การค้นหาหลักฐาน และข้อมูลที่ใกล้ความเป็นจริง ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้พยายามรวบรามมาไว้ในที่แห่งเดียว ณ ที่แห่งนี้

การรวบรวมครั้งนี้ ก็เชื่อว่ายังมีการขาดตกบกพร่องอยู่ แต่ก็จะพยายามเสาะหาหลั้กฐานและไต่ถามท่านผู้รู้มาเพิ่มเติมในคราวต่อไป อย่างไรก็ตามความสมบูรณ์ที่พึงมีในการรวบรวม และเรียบเรียงในคราวนี้นั้นขออุทิศเป็นส่วนกุศล และเป็นความดีของท่านผู้มีพระคุณแก่ สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดแดนสงบ ฯ ทุกท่าน และหากท่านผู้ใดได้หลักฐานเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว ก็หวังว่าคงได้รับความเมตตาอนุเคราะห์ ทักท้วงพร้อมกับส่งข้อแนะนำไปยัง วัดแดนสงบอาสภาราม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมในคราวต่อไป



ก่อนที่จะมาเป็น วัดแดนสงบอาสภาราม

๑. การก่อตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน สำนักวิปัสสนากรรมฐานประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้ก่อตั้งมาแล้วดังนี้ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ พระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) ครั้งดำรงตำแหน่ง พระพิมลธรรม สังฆมนตรี ว่าการองค์การปกครองสงฆ์แห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาเป็นองค์ประกอบพิธีเปิดสำนักวิปัสสนากรรมฐาน และให้ความอุปถัมภ์ มี

- ที่วัดทุ่งสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีจ้าคุณ พระยากำธรพายัพทิศ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้เข้าอุปสมบท และเป็นเจ้าสำนักภายหลังท่านเจ้าคุณพระยากำธรพายัพทิศ ได้มรณะภาพลง สำนักขาดผู้บริหารจึงได้ซบเซาลง และหมดสภาพไปในที่สุด

- ที่วัดศรีษะละเลิง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ในความอำนวยการของท่าน พระมหาแก้ว อตถโกวิโท ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส โดยทางสำนักวัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ได้ส่งอาจารย์สีคาน (พระครูญาณวิสุทธิคุณ) มาเป็นอาจารย์ทำการอบรม ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติสำนักนี้นับแต่ก่อตั้งมา ไม่เคยขาดพระวิปัสสนาจารย์ผู้บริหาร ฉะนั้น การศึกษาและการปฏิบัติของสำนักนี้ จึงได้เจริญมาเป็นลำดับ ตามสมควร

- ที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา การบริหารดำเนินไปได้เพียงปีเดียวก็ล้มเลิกไป เพราะขาดพระอาจารย์ ผู้บริหารทั้ง ๓ แห่งนี้ มีพระเดชพระคุณทานเจ้าคุณ พระพรหมคุณาภรณ์ เจ้าคณะภาค ๑๑ และเจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์มหาราช เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ในขณะนั้นเป็นผู้อุปถัมภ์

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระนารายณ์มหาราช ได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยพระเดชพระคุณ พระธรรมธีราชมหามุนีพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสิทธิมุนี พร้อมทั้งท่านอาจารย์ พระครูภาวนาวิสิฐ เมื่อเป็นที่ พระครูสมุห์ศรีสุวรรณ ได้ผลัดเปลี่ยนกันเดินทางมาทำการอบรมวิธีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน หรือในบางโอกาสก็เดินทางมาทำ การอบรมร่วมกัน

ในการเปิดทำการสอนและอบรม วิธีการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ในนามของวัดพระนารายณ์มหาราช เริ่มแรกนี้ คุณหญิงเลี่ยม ศรีสรศักดิ์ ภรรยา พ.อ.พระยาศรีสรศักดิ์ ซึ่งเคยเข้าปฏิบัติวิปัสสนา ฯ ที่วัดมหาธาตุกรุงเทพมหานคร เกิดศรัทธากล้าได้สละส่วนหนึ่งของบ้านพักส่วนตัว ให้เป็นสถานที่ทำการอบรมเป็นครั้งแรก และคุณหญิงก็ได้สมัครเข้าปฏิบัติด้วยตนเอง จึงมีผู้ศรัทธาเลื่อมใส สมัครเข้าปฏิบัติเพิ่มขึ้นเป็นลำดับในที่สุดคุณหญิงก็เกิดแรงศรัทธา ยอมสละบ้านพักทั้งหลังให้เป็นสถานที่ปฏิบัติพร้อมทั้งรับอุปถัมภ์อาหารคาวหวาน และให้ความสะดวกในด้านอื่นๆ ด้วยทุนของตนเอง

เมื่อมีผู้ศรัทธาเลื่อมใส สมัครเข้าปฏิบัติเพิ่มจำนวนมากขึ้นบ้านพักที่คุณหญิงสละให้ทั้งหลัง ไม่พอที่จะบรรจุผู้สมัครเข้าปฏิบัติได้เพียงพอ เมื่อการอบรมและการปฏิบัติได้ผ่านไปหนึ่งปี คือในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้พิจารณาเห็นว่าจะเป็นทางเจริญก้าวหน้าในการปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน ท่านอาจารย์พระครูภาวนาวิสิฐจึงได้เดินทางมาประจำอยู่ที่วัดกองพระทราย ในเมืองนครราชสีมานี้ โดยความเห็นชอบของพระเดชพระคุณพระธรรมธีรราชมหามุนี และโดยการอาราธนาของพระหลวงไพรีพ่ายฤทธิ์ และคณะญาติโยม ผู้ปฏิบัติธรรมชาวนครราชสีมา ในโอกาสเดียวกันก็ได้เปลี่ยนสถานที่ จากบ้านพักของคุณหญิงเลี่ยม ศรีสรศักดิ์ ไปทำการอบรมและศึกษาภาคปฏิบัติที่วัดกองพระทรายบ้าง ที่วัดพระนารายณ์มหาราชบ้าง ตามโอกาสที่อำนวย

ในปีเดียวกันนี้ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระพรหมคุณาภรณ์ เมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสีมาภรณ์ ได้พิจารณาเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกที่จะให้การอุปถัมภ์ จึงได้พร้อมด้วยญาติโยมนักปฏิบัติ อาราธนาให้ พระครูภาวนาวิสิฐ เข้าจำพรรษา ณ วัดพระนารายณ์มหาราช และก็ได้ประกอบพิธีเปิดเป็น สำนักวิปัสสนากรรมฐาน ขึ้นที่คณะ ๕ ให้เป็นสถานที่อบรมเป็นครั้งแรกในวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีขาล จัตวาศก จุลศักราช ๑๓๒๔ รัตนโกสินทร์ ศก ๑๘๑

วันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๐๕ จึงถือเป็นวันกำเนิดของ สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เป็นต้นมา ซึ่งเมื่อถึงวันครบรอบของแต่ละปี ทางสำนักได้พร้อมใจกันประกอบพิธี บำเพ็ญกุศลสมโภชต่อเนื่องกันพระปฏิมากรรมและวัตถุมงคล
วัดแดนสงบอาสภาราม มีพระปฏิมาและวัตถุมงคล ควรแก่การกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ดังนี้
- พระพุทธรูปสมัยอยุธยาในโบสถ์น้ำ (หอไตรปิฏก)
- หลวงพ่อขาว พระประธานในอาคารโวทานธรรมสภา
(พรของท่านศักดิ์สิทธิ์นัก) มีสาธุชนมาขอพร สัมฤทธิ์ผลมาหลายราย
- พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ในภัทรกัปป์นี้แต่ที่มาตรัสรู้แล้ว ๔ พระองค์ คือ พระกกุสันโธพุทธเจ้า พระโกนาคมโนพุทธเจ้า พระกัสสโปพุทธเจ้า และพระโคตโมพุทธเจ้า ส่วนพระเมตตรัยโย ยังบำเพ็ญบารมีอย่างยิ่งยวดอยู่ แต่ทางวัดได้หล่อพระองค์ท่านไว้แล้ว เพื่อนำประดิษฐานไว้ ณ พระอุโบสถพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ให้ครบ ๕ พระองค์
- พระพุทธรูปปางซุ้มเรือนแก้ว เช่นเดียวกับพระพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก
- รูปเหมือนหลวงพ่อโสธร
- หลวงพ่อพระประธานในศาลาจาตุรงสันนิบาต
- พระเชียงแสน
- พระพุทธรูปปางไสยาสน์
- พระพุทธรูปปางป่าเลย์ไลย์
- พระพุทธรูปปางลีลา
- พระพุทธรูปหยกขาว ประติมากรรมแบบพม่า เจ้าอาวาสวัดให้ พระภิกษุวัดสัมพันธวงศ์นำมาถวายประจำวัด ประดิษฐานบนมณฑป กับพระแก้วมรกตจำลอง ๓ องค์
- พระพุทธรูปสามพี่น้องปาฏิหาริย์ มาในเวลาค่ำคืน นามว่าหลวงพ่อโนสะ มโน โคตรยะ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าใครมีวิปัสสนาญาณ ไปกราบสนทนากับท่านได้ และท่านชอบอยู่กลางแจ้ง เคยนิมนต์ท่านเข้าอยู่ในร่ม ไม่เคลื่อนที่ ยกจนขาดหลุด ก็ไม่เคลื่อนที่ จึงต้องประทับอยู่กลางแจ้งทั้ง ๓ พระองค์ เชิญผู้มีวิปัสสนาญาณไปพิสูจน์ดูได้ทุกเมื่อ
- พระสิวลี มหาเถระ ผู้สมบูรณ์ด้วยลาภ
- พระสังกัจจายนะ ผู้แตกฉานในการอธิบายธรรมที่ย่อ ให้พิศดาร
- หลวงพ่อพระเศียรนิมิต สิริมามิ่งโมลีสัพพัญญู นอกจากพระปฏิมากรรมที่กล่าวแล้ว ยังมีพระรูปปั้นวัตถุมงคลอันควรแก่การบูชาถวายบังคมสักการะอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแต่ได้เข้าพิธีมหาพุทธาภิเษกมาแล้วหลายครั้ง สมควรที่สาธุชนพึงนำมาไว้กราบไหว้บูชายังสถานบ้านเรือนของตน เพื่อความเป็นสิริมงคลและประสาทผลให้มีความอยู่เย็นเป็นสุข ป้องกันภัยจากหมู่อมิตรต่างๆ
- พระรูปอวโลกิเตศวรมหากวนอิมโพธิสัตว์ ประทับที่มณฑปอย่างสง่างาม
- พระรูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
- พระรูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
- พระรูปปั้นพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ)
- พระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- รูปปั้นท่านท้าวสุรนารี และคุณแม่บุญเหลือ
- ยอดโบสถ์ทองคำ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุถึง ๘ ผอบ รอผู้มีศรัทธา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เชิญได้ทุกเมื่อ เมื่อสร้างโบสถ์เสร็จเรียบร้อยแล้วจะได้นำขึ้นประดิษฐานบนยอดโบสถ์
- พระผงเกศา พระอรหันต์ ๘ ทิศครอบจักรวาล (รุ่นสึนามิ) สร้างขึ้นในวโรกาส ภัยพิบัติเกิดจากสึนามิ เมื่อ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗

๙. การเผยแผ่ธรรมะ
วัดสมเด็จแดนสงบแสงธรรมเวฬุราราม ครั้งตั้งเป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระนารายณ์มหาราชนครราชสีมา ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ
๑. เพื่อส่งเสริมศีลธรรม สู่ชุมชนทั่วไป
๒. เพื่อช่วยสังคมในทางอันเป็นประโยชน์
๓. เพื่อชักชวนหมู่ชนให้ดำเนินชีวิต ตามหลักธรรม
๔. เพื่อบรรเทาและคลายทุกข์ทางใจของสาธุชนตามวิธีทางแห่งธรรม
๕. เพื่อดับความเศร้าโศกเสียใจความร่ำไร
๖. เพื่อถึงความสันติสุข คือ พระนิพพาน เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว วัดสมเด็จแดนสงบ ฯ จึงได้จัดการดำเนินงานตามแนวทางที่วางไว้นี้ โดยจัดเป็นงานหลัก ๓ งานด้วยกัน ดังนี้
๙.๑ ด้านให้การศึกษา สนับสนุนให้พระภิกษุสามเณร ตลอดจนอุบาสกอุบาสิกา ศึกษาธรรมบาลี และธรรมศึกษา
๙.๒. ด้านการปฏิบัติธรรม จัดให้มีการสอนและอบรมฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแก่ พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้สนใจทั่วประเทศ ซึ่งจะเข้ารับการอบรมทั้งที่วัด พระนารายณ์มหาราช และเมื่อขยายสำนักมาแล้ว ก็เข้าอบรม ที่วัดสมเด็จแดนสงบ ฯ ระยะตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ คุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย ประยุกต์ขึ้นคือ ใช้เวลาอบรมเพียง ๗ คืน ๘ วัน และทำการอบรมปีละ ๑ ครั้ง ต่อมาผู้ต้องการเข้าอบรมมีจำนวนมากขึ้น จึงได้จัดโครงการขึ้นใหม่เพื่อรองรับความต้องการของสมาชิก จึงกำหนดให้มีการอบรมปีละ ๙ ครั้ง ชื่อโครงการว่า โครงการเจริญวิปัสสนา เพื่อให้เกิดปัญญาและสันติสุข
และนอกจากนี้ทางวัดยังเปิดรับสอนตลอดปี โดยมีแม่ชีประสงค์ นิ่มนวล เป็นผู้สอน ไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดจำนวนคนอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยราชการ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียนและบริษัท ส่งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ข้าราชการครู พนักงานเข้าอบรมมิได้ขาด
๙.๓. ด้านการเผยแพร่ธรรมะ จัดให้มี
- การแสดงพระธรรมเทศนาในวันสำคัญทางศาสนา ในวันธรรมัสสวนะ
- จัดให้มีการบรรยายอภิปรายธรรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิในโอกาสบำเพ็ญการกุศลต่างๆ ทั้งในและนอกสถานที่วัด
- จัดเผยแพร่ธรรมทางวารสาร ทางสำนักได้จัดพิมพ์หนังสือออกเผยแพไปแล้ว ได้แก่
๑. ทางสู่สวรรค์
๒. ทางสู่สันตุสุข
๓. ความเสื่อม-ความเจริญของพระพุทธศาสนา
๔. ทาน ศีล ภาวนา
๕. อนุสรณ์ครบรอบปี และในคราวอบรมพัฒนาจิต
๖. เพชรในดวงใจ
๗. อนุสรณ์ในวันคล้ายวันเกิดพระวิปัสสนาจารย์
๘. วารสารเสียงธรรมทางอากาศ
๙.๔ อบรมด้านคุณธรรม จริยธรรม แก่เยาวชน
- จัดให้มีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ในเดือนเมษายน ของทุกปี นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ มาจนถึงปัจจุบัน จัดงานเข้าปริวาสกรรมทุกปีในเดือน ธันวาคม นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ทุกงานอยู่ในความอำนวยการของท่านพระครูภาวนาวิสิฐ รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหาร กองการวิปัสสนาธุระ เจ้าอาวาสวัดแดนสงบอาสภาราม

บทสรุป
วัดแดนสงบอาสภาราม เป็นวัดที่เน้นในด้านการปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน เพื่อพัฒนาจิตของพุทธศาสนิกชน ให้เกิดความศรัทธาในทางพระพุทธศาสนา และมีความกตัญญูมากยิ่งขึ้น เป็นวัดที่มีต้นไม้ร่มรื่นเป็นธรรมชาติ และมีความสงบในพื้นที่ ๘๐ ไร่ ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เจริญมาโดยลำดับ โดยเฉพาะการพัฒนาทางด้านจิตใจ นอกจากนี้ยังพัฒนาทางด้านวัตถุ บุคลากร คือ วิปัสสนาจารย์ และวิทยากรผู้ให้การอบรมวิปัสสนากรรมฐาน และพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์ ตามรูปแบบของวัด ในพระพุทธศาสนาทุกประการ มามิได้ขาด กระทั่งทุกวันนี้ทางวัดสมเด็จแดนสงบ ก็ยังถือปฏิบัติตลอดมา

 
   
   
   

สถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่เลขที่ ๙๙ ซอยมิตรภาพ ๑๙ หมู่ที่ ๗ ต่อจากหมู่บ้านปาริชาติ เคหะชุมชนการเคหะนครราชสีมา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
 

เจ้าอาวาส

1.

 

 
 
   
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |