วัดโสมนัสวิหาร



 
การก่อสร้างและปฏิสังขรณ์

วัดโสมนัสวิหาร เป็นพระอารามหลวงราชวรวิหารชั้นโท เรียกชื่อเต็มว่า วัดโสมนัสราชวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างพระราชอุทิศสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี จึงได้พระราชนามว่า วัดโสมนัสวิหาร ในต้นรัชกาลของพระองค์

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ได้ ทรงวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถ เมื่อวัน ๑ ฯ ๒ ค่ำ ปีฉลู จ.ศ. ๑๒๑๕ ตรงกับวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๓๙๖ เนื้อที่วัดประมาณ ๓๑ ไรเศษ (รวมทั้งที่ขุดคู) พระราชทานเป็นวิสุงคามสีมา ด้านหน้าจดคลองผดุงกรุงเกษม (ตามรูปเขียนแผนผังวัดโสมนัสวิหาร) ด้านข้างขุดคูเป็นเขตทั้ง ๓ ด้าน

คลิกที่ภาพ ชมภาพใหญ่
 ในเนื้อที่วิสุงคามสีมาที่เป็นตัววัดนั้นได้มุติเป็นมหาสีมาเฉพาะภายในกำแพง เว้นนอกกำแพงไว้เป็นอุปจารสีมาและคู เพื่อกันเขตบ้านในที่ธรณีสงฆ์ กับมหาสีมา ที่อยู่ของพระสงฆ์ให้ห่างกัน เฉพาะพระอุโบสถสมมุติเป็นขัณฑสีมา มีสีมันตริกที่ลานรอบพระอุโบสถ ภายในกำแพงจากด้านหน้าไปด้านหลังแบ่งออกเป็น ๓ แถบ มีพระอุโบสถ พระวิหาร วิหารคด พระเจดีย์ ซึ่งเป็นเขตพุทธาวาสอยู่แถบกลาง หมู่กุฎีที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ ซึ่งเป็นเขตสังฆาวาสอย
แถบข้างทั้ง ๒ แถบ แถบละ ๓ คณะ,ระหว่างคณะนั้น ๆ มีอุปจารมีบริเวณเป็นระเบียบไม่ยัดเยียดกัน ส่วนด้านหน้าวัดมีลานกว้าง ในปัจจุบันใช้เป็นเขตโรงเรียน ด้านหลังวัดใช้เป็นเขตฌาปนสถาน ด้านข้าง เป็นสุสานด้านหนึ่ง เป็นถนนทางเข้าผ่านไปหลังวัดด้านหนึ่ง
ครั้นสิ่งก่อสร้างสำเร็จลงบ้าง พอเป็นที่อาศัยจำพรรษาของภิกษุสามเณรได้แล้วพอถึงเดือนแปด ขึ้นเก้าค่ำ วันพฤหัสบดี พ.ศ. ๒๓๙๙ เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอาราธนาพระอริยมุนี(พุทธสิริเถระ ทับ ป, ๙)จากวัดราชาธิวาส พร้อมด้วยพระสงฆ์ราว ๔๐ รูปโดยขบวนแห่ทางเรือ เสด็จมาประทับที่กุฎีทรงถวายอาหารบิณฑบาตและสมณบริขารแก่พระอริยมุนีและพระฐานานุกรมเปรียญอันดับ ทั้งปวงแล้วเสร็จกลับ พระเถรานุเถระทั้งปวงมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์ เสด็จมาประทับเป็นประธาน ณ ที่นั้น ได้ถวายดอกไม้ธูปเทียนแก่พระอริยมุนีโดย ฉันทานุรักษ์ ตามธรรมเนียมขึ้นกุฎีใหม่ทุกองค์์์

ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เลื่อนตำแหน่งพระอริยมุนีเป็นพระพรหมมุนี ในปีมะเส็ง ๒๔๐๐ ถึงรัชกาลที่ ๕ ในปีวอก ๒๔๑๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เลื่อตำแหน่งพระพรหมมุนีเป็นพระพิมลธรรม และในปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๒๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สถาปนาพระพิมลธรรมเป็นสมเด็จพระวันรัต

อ่านประวัติโดยละเอีย ในสมัยสมเด็จพระวันรัตนี้ ท่านได้ก่อสร้างสิ่งที่ยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์ ซึ่งยังคั่งค้างอยู่ก็มี และสิ่งที่ยังไม่เคยทำเลยก็มี ท่านก็สร้างต่อ ให้บริบูรณ์ขึ้น โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ได้พูดกับ
ท่านว่า เจ้าคุณ ฯ จะทำการวัดอย่างไรก็ตามใจ ทุนรอนจะเบิกให้ (จากพระราชมฤดกของสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี) ท่านได้ อาศัยทุนของหลวงนี้ลงมือสร้างพระวิหาร พระอุโบสถ พระเจดีย์
แล้วเสร็จบริบูรณ์์

  พระประธานในพระอุโบสถ พระนามว่า พระสัมพุทธสิริ หน้าตักกว้าง ๒ คืบ ๖ นิ้ว ซึ่งเป็นพระที่สมเด็จพระวันรัต พุทธสิริเถระ ได้สร้างและเชิญมาจากวัดราชาธิวาสคราวยกวัด ส่วนพระประธานในพระวิหาร และพระอัครสาวก เป็นของหลวงเชิญมาจากพระบรมมหาราชวัง

อนึ่ง ในสมัยของท่าน ท่านเป็นผู้หมั่นไม่เกียจคร้านและสามารถชักนำให้พุทธบริษัทมีความเลื่อมใสใน พระพุทธศาสนาเป็นอันมาก และท่านสั่งสอนฝึกปรือพระภิกษุสามเณรอันเป็นสัทธิวหาริกและอันเตวาสิก ให้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี ในสมัยของท่าน วัดโสมนัสวิหารรุ่งเรืองมาก ท่านได้ส่งพระเถรานุเถระไปประกาศพระศาสนา และเป็นเจ้าอาวาสในวัดนั้น ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองเป็นอันมาก ทั้งอุบาสกอุบาสิการมารักษาศีลและฟังเทศน์ก็มีมาก

พอถึงวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๔ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีเถาะ ตรีศก จ.ศ. ๑๒๕๓ ท่านได้ถึงแก่ มรณภาพด้วยโรคชรา รวมเวลาคลองวัดของท่านเป็นเวลา ๓๕ ปี (๒๓๙๙ - ๒๔๓๔) นับท่านเป็น เจ้าอาวาสองค์ที่หนึ่ง

อ่านประวัติโดยละเอีย เจ้าอาวาสองค์ที่สอง
ต่อมา พระราชพงษ์ปฏิพัทธ์ (ม.ร.ว. ล้น กล้วยไม้ ป.๕) พระราชาคณะชั้นเทพ ได้เป็นเจ้าอาวาสสืบมา ความเจริญรุ่งเรืองของวัดก็ยังคงเป็นปกติเรื่อยมา
ในสมัยนี้ พระราชพงษ์ปฏิพัทธ์ เป็นผู้มีอัธยาศัยเยือกเย็น ได้ช่วยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์แต่ครั้งยังเป็นพระราขาคณะสามัญ จนเป็นพระพิมลธรรม
เป็นผู้ช่วยที่สามารถ ทำกิจการของวัดได้เจริญเป็นอันดับสืบมา

  ครั้นวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๕ ท่านจึงได้ถึงแก่มรณภาพ รวมเวลาครองวัดของท่านเป็นเวลา ๑๑ ปีเศษ (๒๔๓๔ - ๒๔๔๕) นับท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สอง

อ่านประวัติโดยละเอีย เจ้าอาวาสองค์ที่สาม
ต่อมา สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (เขมาภิรตเถระ ยัง ป.๘) เมื่อครั้งยังเป็นพระพิมลธรรม ได้เป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๕ และได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ ในสมัยนี้ วัดโสมนัสวิหารได้เจริญรุ่งเรืองมาก เพราะท่านเป็นพระเถระที่สามารถในการแสดงธรรม และปฏิสังขรณ์เป็นอย่างดีี

ครั้งถึงวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๙ ท่านได้เริ่มอาพาธเป็นโรคอัมพาต กิจการของวัดได้พระครูปลัด ซึ่งภายหลังได้เป็นพระราชาคณะที่พระพุทธวิริยากร เป็นผู้บริหารแทน ถึงวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๔ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ได้ถึงแก่มรณภาพ นับเวลาครองวัดของท่านเป็นเวลา ๒๘ ปีเศษ (๒๔๔๕ - ๒๔๗๔) แต่เป็นโรคอัมพาตเสียราว ๑๕ ปี นับเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สาม

อ่านประวัติโดยละเอีย เจ้าอาวาสองค์ที่สี่
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ พระพุทธวิริยากร (จนฺทกนฺตเถระ จันทร์) ได้เป็น เจ้าอาวาสสืบต่อจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์. การศึกษา และการปฏิบัติ ท่านก็ได้จัดตามความสามารถ ให้มีสำนักเรียนปริยัติธรรม ทั้งนักธรรมและบาลี. การปฏิสังขรณ์ก็ได้ปฏิสังขรณ์ พระอุโบสถ พระวิหาร วิหารคด และพระเจดีย์ อันเป็นส่วนใหญ่ของวัด ซึ่งทรุดโทรมมานานให้ดีขึ้นเป็นต้น

  ครั้นถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ รวมเวลาครองวัดของท่านเป็นเวลา ๗ ปีเศษ (๒๔๗๔ - ๒๔๘๑) นับท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สี่ี่

อ่านประวัติโดยละเอีย
เจ้าอาวาสองค์ที่ห้า
ต่อจากนั้น พระสิริปัญญามุนี (ตทุตฺตสิริ เยี่ยม) ได้เป็นผู้รักษาการ ในตำแหน่งเจ้าอาวาสเป็นลำดับมา ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงได้รับ พระราชทานเลื่อนเป็นพระราชาคณะสามัญในนามเดิม และเป็น
เจ้าอาวาส ในสมัยนี้เป็นสมัยสงครามมหาเอเซียบูรพา การก่อสร้าง ซ่อมแซมจึงจะชะงักไปหมด ถึงแม้มีทุนก็ทำไม่ได้ ผู้ที่จะบวชใหม่ ก็ไม่ค่อยมี ผู้ที่จะเข้ามาจากต่างจังหวัดก็น้อยในการจัดผลประโยชน์ ของวัดที่เกี่ยวกับไวยาวัจกร ได้จัดให้มีเป็นหลักฐาน เพื่อป้องกัน การเสียหายที่จะบังเกิดมีขึ้นแก่สมบัติของวัด โดยมีกรรมการเป็นผู้ช่วยเหลือ

ใน พ.ศ. ๒๔๘๕ เทศบาลนครกรุงเทพ ฯ ได้ขออนุญาตรื้อศาลาหน้าวัดริมคลองผดุงกรุงเกษมรวม ๕ หลัง
และตัดต้นไม้ริมคลองทั้งหมดเพื่อปรับปรุงพระนครให้สวยงาม ศาลาและต้นไม้เดิมของวัดที่ริมคลอง
จึงหายไป เทศบาลได้ทำเขื่อนและปรับปรุงริมคลองใหม่ แต่ทางวัดยังคงบอกเขตจำพรรษาถึงคลองตามเดิม

ครั้นถึงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ พระสิริปัญญามุนี ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยโรคชรา รวมเวลาครองวัดของท่านเป็นเวลา ๘ ปี (๒๘๔๑ - ๒๔๘๙) นับท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ห้า
เจ้าอาวาสองค์ที่หก
ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เจ้าคณะใหญ่ คณะธรรมยุต ได้ทรงแต่งตั้งพระมหาจับ ฐิตธมฺโม ป.ธ.๙ เป็นผู้รักษาการ ในตำแหน่งเจ้าอาวาส. ครั้นถึงวันที่ ๑ มีนาคม ศกเดียวกัน พระมหาจับ ก็ได้รับพระราชทานสมศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระอมรมุนี และเป็น เจ้าอาวาสองค์ที่หกสืบต่อมา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระวันรัต

กิจการของวัดที่ได้ปรับปรุงก่อสร้างปฏิสังขรณ์ และกิจการด้านอื่น ๆ ของวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้ :-

เรื่องก่อสร้างปฏิสังขรณ์
๑.ได้บูรณะปฏิสังขรณ์กุฏิที่ชำรุดทรุดโทรมทั่วไปในวัดให้อยู่สภาพเรียบร้อยอยู่อาศัยได้จำนวนหลายหลัง
๒. รื้อหอฉันประจำคณะ ๑ คณะ ๓ และคณะ ๔ ปลูกใหม่รวม ๓ หลัง
๓. ได้ปฏิสังขรณ์หอกลอง หอระฆัง ซุ้มมหาสีมา ๔ มุมวัด
๔.ปฏิสังขรณ์กำแพงรอบวัด และกำแพงส่วนใหญ่ทั่วไปที่ชำรุดทรุดโทรมให้อยู่ในภาพดี
๕.ปูพื้นลานรอบพระอุโบสถ และปฏิสังขรณ์กำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ และทำถนนรอบพระอุโบสถ
๖.ปูพื้นกระเบื้องตามคณะต่าง ๆ ใหม่ และบูรณะปฏิสังขรณ์ที่ชำรุดทรุดโทรมให้มีสภาพดีขึ้น
๗. ทำปูนที่เสาและผนังวิหารคตที่ชำรุดทรุดโทรมให้มีสภาพดีขึ้น
๘. เทพื้นคอนกรีตระหว่าง คณะ ๑ กับคณะ ๒ กับคณะ ๓ และบริเวณหน้ากุฏิแถวนอก
คณะ ๑ คณะ ๓ และปูพื้นกระเบื้องที่ลานพระเจดีย์มอญใหม่
๙. ทำถนนคอนกรีตที่ลานหน้าวัด จากศาลาจตุรมุขจนถึงถนนกรุงเกษม ๑ สาย
๑๐. สร้างบ่อน้ำประจำคณะ ๖ บ่อ
๑๑.ปิดทองลายรดน้ำบานประตู หน้าต่าง พระอุโบสถ และพระวิหารทั้งหมด พร้อมทั้งซุ้มด้วย
๑๒.ประดับหน้าบันพระอุโบสถและวิหารด้วยกระเบื้องโมเสสสีทอง
๑๓.เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาวิหารคตทั้งหมดเป็นกระเบื้องเคลือบสี
๑๔.มีผู้ศรัทธาสร้างกุฏิเป็นตึก ๒ ชั้น จำนวน ๒ หลัง
๑๕.บูรณะปฏสังขรณ์ศาลาจตุรมุขหน้าพระวิหาร ๑ หลัง ศาลาหน้าคณะ ๑ และคณะ ๔ และศาลา ด้านหลังวัดหน้าคณะ ๓ และคณะ ๖ รวม ๕ หลัง ให้สวยงามขึ้น โดยมุงหลังคาด้วยกระเบื้องเคลือบสี
๑๖.ทำกำแพงรั่วกันหน้าวัดขนานกับถนนกรุงเกษมก่ออิฐฉาบปูนครึ่งหนึ่งใช้เหล็กครึ่งหนึ่ง
๑๗.บูรณะปฏิสังขรณ์พระเจดีย์องค์ใหญ่ โดยประดับด้วยกระเบื้องโมเสสสีทองทั้งองค์ สิ้นค่า ใช้จ่ายประมาณ ๗๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทเศษ)
๑๘. รื้อศาลาข้างพระอุโบสถ ๒ หลัง ดัดแปลงเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมชั้นเดียว มุงกระเบื้องเคลือบสีเฉพาะหลังด้านซ้ายพระอุโบสถสิ้นค่าใช้จ่ายประมาณ ๑๕๗,๐๐๐.๐๐ บาทเศษ (หนึ่งแสนห้าหมื่นเจ็ดพันบาทเศษ) อีกหลังหนึ่งใช้เป็นสำนักงานและห้องสมุดของโรงเรียน พุทธศาสนาวันอาทิตย์ของวัด
๑๙. ปูพื้นหินที่ลานหน้าพระวิหาร
๒๐. ซ่อมแซมถนนในวัดทุกสายให้มีสภาพเรียบร้อย

การบูรณะปฏิสังขรณ์และการก่อสร้างดังกล่าวมานี้ ได้อาศัยทุนที่เกิดจากผลประโยชน์ของวัดเป็น ส่วนใหญ่ และจากผู้ศรัทธาบริจาคเป็นรายบ้าง เช่น
๑. คุณหญิงละม่อม นิกรกิตติการ ปฏิสังขรณ์กุฏิใหญ่คณะ ๔ หนึ่งหลัง และทำถนนรอบพระอุโบสถ
๒. คุณนายพร้อม ได้บูรณะกุฏิข้างพระอุโบสถ ๑ หลัง
๓. บริษัทแชฟ้า จำกัด ทำถนนคอนกรีตที่ลานหน้าวัดสายกลาง ๑ สาย
๔. ม.จ. ธัญญลักษณ์ ม.จ. หญิง รัชชมาลีนี สุขสวัสดิ์ และ ม.จ. ประสมสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์ ทรง ปฏิสังขรณ์กุฏิ ๒ ชั้น ที่คณะ ๑ แถวนอก ๑ หลัง
๕. คุณหญิงโชฎึกราชเศรษฐี (เพิ่ม เลาหเศรษฐี) สร้างกุฏิเป็นตึก ๒ ชั้น ๑ หลัง
๖. คุณหญิงถนอม พิพากษาสัตยาธิปตัย สร้างกุฏิเป็นตึก ๒ ชั้น ๑ หลัง
๗.คุณชำนาญ ยุวบูรณ์ และคุณหญิง ปฏิสังขรณ์ปิดทองลายรดน้ำประตูพระวิหาร ๒ ประตู
๘. พลตรีวิเชียร สุตันตานนท์ และคุณหญิง ปฏิสังขรณ์ปิดทองลายรดน้ำประตูพระวิหาร
ประตูกลายด้านหน้า ๑ ประตู
๙. อุบาสิกา หลิน ร.อ. สุข พะวงศ์ผล ครูภาวิบูลย์ หิรัญประดิษฐ์ ปฏิสังขรณ์ปิดทอง
ลายรดน้ำประตูพระวิหาร ๑ ประตู
๑๐. คณะอุบาสกอุบาสิกาที่ฟังเทศน์ในพระวิหาร ปฏิสังขรณ์ปิดทองลายรดน้ำประต
ูพระวิหาร ๑ ประตู
๑๑. นายเก็บ ม่วงสมัย พร้อมด้วยคณะ ได้ถวายนาฬิกาเรือนใหญ่ไว้ประจำพระอุโบสถ ๑ เรือน
๑๒. คุณระทวย และคุณทวี หนุนภักดี ได้เทพื้นคอนกรีตหน้าโรงเรียนสาลักษณาลัย
ถวายโต๊ะหมู่ ๗ และโต๊ะหมู่ ๙ พร้อมเครื่องตั้ง พระพุทธรูป ๑ องค์ และอาสนสงฆ์
๑๓. นายทองเริ่ม นางแก้ว เนตรหนู ได้บูรณะถนนทั้งสองข้างพระอุโบสถ
พร้อมทั้งเทพื้นคอนกรีตข้างคณะ ๓
๑๔. น.ส. สุกัญญา สถิตยุทธการ ได้สร้างศาลาข้างพระอุโบสถ ๑ หลัง โดยรื้อศาลาโรงเก่า ที่ทรุดโทรมใช้การไม่ได้ สร้างขึ้นให้สูง ทำพื้นหินขัดก่อฝาผนังมีประตูหน้าต่าง มุงด้วย กระเบื้องเคลือบสี ส่วนรูปทรงรักษาแบบเดิมไว้ใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรมให้ชื่อว่า
ศาลาสถิตยุทธการ เพื่ออุทิศกุศลแด่ พลเอก หลวงสถิตยุทธการ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งค่าก่อสร้าง และเครื่องอุปกรณ์เครื่องใช้ทั้งสิ้น ๒๒๐,๖๐๐.๐๐ บาท (สองแสนสองหมื่นหกร้อยบาทถ้วน) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓
๑๕. ทางวัดได้รื้อศาลาเก่าอืกด้านหนึ่ง ของพระอุโบสถ ซึ่งมีรูปทรงเหมือนกันกับ
ศาลาสถิตยุทธการ เป็นแต่เครื่องอุปกรณ์ภายในต่างกัน ใช้ทุนของวัดรวมกับทุน
บูรณะวัดจากรัฐบาล ๒๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
๑๖๗,๙๘๐.๒๐ บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยเก้าสิบบาทยี่สิบสตางค์)
ใช้เป็นสำนักงานห้องสมุดของโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของวัด เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ได้บริจาคสมบทบช่วยในการปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุ
ให้แก่วัดโดยที่ไม่ได้ออกนามมา ณ ที่นี้อีกเป็นจำนวนมาก
๑๖. ในปี ๒๕๒๔ คุณเถลิง เหล่าจินดา และบุตรธิดา ได้สร้างตึกสุมาลีอนุสรณ์
เพื่อถวายเป็นที่อยู่ประจำหรือสำหรับต้อนรับพระอาคันตุกะของเจ้าพระคุณสมเด็จ
พระวันรัตในเขตคณะ ๔ ทางด้านหน้า เป็นตึกทรงไทย ๒ ชั้น สิ้นเงินการก่อสร้าง
ทั้งสิ้น ๑,๑๖๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนหกหมื่นบาท) ในการก่อสร้างครั้งนี้
ได้มีท่านเจ้าคุณพระปัญญาวิสุทธิโมลี (ไพรัช โชติโก ป.ธ. ๔) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
วัดโสมนัสวิหาร ในสมัยที่ยังเป็นพระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์ เป็นผู้ติดต่อ
ประสานงานและควบคุมในการก่อสร้างจนสำเร็จ

 
   
   
   

สถานที่ตั้ง

 

เจ้าอาวาส

1. ปี พ.ศ. 2398-- สมเด็จพระวันรัต
2. ปี พ.ศ. 2445-0 พระราชพงษ์ปฏิพัทธ์ (ม.ร.ว. ล้น กล้วยไม้ ป.๕)
3. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (เขมาภิรตเถระ ยัง ป.๘)
4. พระพุทธวิริยากร (จนฺทกนฺตเถระ จันทร์)
5. ปี พ.ศ. 2483-0 พระสิริปัญญามุนี (ตทุตฺตสิริ เยี่ยม)
6. ปี พ.ศ. 2489-0 พระมหาจับ ฐิตธมฺโม ป.ธ.๙

 

 
 
   
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |