| 1 . วัดเขาพระบาท |
| |
|
|
ความเป็นมา
เป็นเขาที่มีประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออก ในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพมาตีเมืองจันทบุรี และได้นำทหารมาพักที่เขาทัพพระยาหรือเขาพระบาท ก่อนที่จะยกทัพเดินทางไปตีเมืองจันทร์ ต่อมาปีพ.ศ.2510 หลวงพ่อพระครูวิบูลสังฆการ (หลวงพ่อโป) ได้พบรอยพระบาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บนยอเขาพัทยาจึงได้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท หลังจากนั้นชาวบ้านทราบข่าวจึงได้ขึ้นเขาทับพระยาเป็นประจำ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ต่อมากทางราชการได้ยกเป็นเมือง เมื่อปี พ.ศ.2522 จึงได้เปลี่ยนชื่อจากบ้านทั้ยพระเป็นเมืองพัทยา
สถานที่ตั้ง
วัดเขาพระบาท เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
| | |
 |
| |
 |
 |
| 2 . วัดชัยมงคล |
| |
|
|
ความเป็นมา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2480 ในหมู่บ้านทับพระยา โดยมีหลวงพ่อพระครูวิบูลสังฆการ (หลวงพ่อโป) เป็นผู้ริเริ่มในการก่อสร้างวัดชัยมงคล และปี พ.ศ.2485 หลวงพ่อโปได้อัญเชิญพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์มาทางน้ำจากกรุงศรีอยุธยา ขึ้นที่ท่าเรือบ้านทับพระยาซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางยืน สูง 1.50 เมตร สร้างขึ้นในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา มีอายุราว 300 กว่าปีเพื่อมาประดิษฐาน ณ วัดชัยมงคล หลังจากนั้นจึงให้นามหลวงพ่อว่า "หลวงพ่อพระพุทธยมงคล"เพื่อความเป็นสิริมงคลแก้ชื่อวัดและชาวบ้าน ในสมัยนั้น ชาวบ้านก่อนที่จะออกทะเลหาปลานั้น ต่างเดินทางมากราบนมัสการอธเฐานจิตขอพรจาก "หลวงพ่อพุทธชัยมงคล" และก็สมความปรารถนาทุกครั้ง
สถานที่ตั้ง
วัดชัยมงคล เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
| | |
 |
 |
 |
 |
| 3 . วัดญาณสังวราราม |
| |
|
|
ความเป็นมา
สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๙ นายแพทย์ขจร และคุณหญิงนิธิวดี อันตระการ พร้อมด้วยบุตรธิดา มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินจำนวน ๑๐๐ ไร่ ๑ งาน ๙๒ ตารางวา แด่ สมเด็จพระญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร (ปัจจุบันทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ - ปัจจุบัน) เพื่อสร้างวัดในพระพุทธศาสนา และปรารถนาให้มีนามตามทินนามสมณศักดิ์ของสมเด็จฯ วัดนี้จึงมีชื่อว่า "วัดญาณสังวราราม"
ในระยะแรกวัดนี้มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ และได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๓ และรับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรเมนทรมหาภูมิพลมหาราช ทรงพระมหากรุณารับไว้เป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดญาณสังวรารามเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ตั้งแต่วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ปัจจุบันอาณาเขตของวัดมีพื้นที่ ๓๖๖ ไร่ ๒ งาน ๑๑ ตารางวา นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่ในเขตโครงการพระราชดำริประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่เศษที่ติดต่อกับอาณาเขตวัด
เนื่องจากบริเวณพื้นที่สร้างวัดเป็นที่ราบเชิงเขาห่างจากถนนสุขุมวิทช่วงระหว่างบางละมุง-สัตหีบ โดยแยกเข้ามาจากถนนทางหลวงประมาณ ๕ กิโลเมตร ทางการจึงได้ทำการตัดถนนเข้ามาจนถึงวัดทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น จึงได้มีการก่อสร้างปูชนียวัตถุสถานขึ้นตามลำดับ เช่น พระอุโบสถ, พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์, พระมหามณฑป พระพุทธบาท ภปร. สก., ศาลาอเนกกุศลขนาดใหญ่สองหลัง สว.กว. (ศรีสังวาลย์กัลยาณิวัฒนา) และ มวก.สธ. (มหาวชิราลงกรณ์ สิรินธร)
วัดญาณสังวรารามอาจถือเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องจากคณะผู้สร้างวัดได้พร้อมใจกันสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ
วัดนี้อยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระกรุณานานัปการจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ และสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ได้ทรงอุปถัมภ์ในการก่อสร้างตลอดมา และทรงรับเป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นวัดในพระองค์อีกด้วย
สถานที่ตั้ง
วัดญาณสังวราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยใหญ่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ๒๐๒๖๐
| | |
 |
 |
 |
 |
| 4 . วัดวังแสนสุข |
| |
|
|
กิจกรรม
งานประจำปีฉลองเจ้าแม่กวนอิม ของมูลนิธิ หลวงพ่อเณรน้อย โพธิสัตโต กำหนดงานระหว่างตรุษจีนของทุกปี
ความเป็นมา
อยู่ห่างจากชายหาดบางแสนประมาณ 1 กม. มีพื้นที่ 32 ไร่ จัดสร้างโดยมูลนิธิ หลวงพ่อเณรน้อย โพธิสัตโตมีประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่ที่น่า ตื่นตาตื่นใจบางชิ้นแฝงไว้ด้วยอารมณ์ขัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้คนตั้งมั่นในศีลธรรมและความดีงามการเข้าชมไม่เสียค่าบริการแต่ภาย ในมีตู้รับบริจาค สำหรับผู้มีจิตศรัทธา พื้นที่แบ่งเป็นส่วนต่างๆ เช่น แดนนรก เมืองสวรรค์ สวนพุทธ แต่สิ่งที่ผมได้ไปเห็นนั้นโดยแนวคิดของ ผู้ทำนั้นดี สามารถสอนคนได้
" แดนนรก " ทำเป็นรูปเปรตอสูรกายขนาดสูงใหญ่ รูปปั้นการลงแบบต่างๆเมื่อคนทำชั่วตกนรก เช่น ตีพ่อแม่มือเท่าใบลานโกหก เก่งก็ถูกตีปากทำชั่วแบบขึ้นต้นงิ้วมีอีกา หมาไนมีคอยไล่กัดกิน เมื่อดูแล้วก็จะรู้สึกไม่อยากทำบาปเลยมันน่ากลัวครับ
"เมืองสวรรค์" เป็นเทพเจ้าตามลัทธิศาสนาต่างๆเช่น กำเนิดพระเยซู เจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งศาสนาพราหมณ์ 18 อรหันต์ เป็นต้น ก็จะเป็นส่วนที่มีแต่ความสวยงาม สร้างความรู้สึกให้คนอยากทำดีเพื่อมา พบสิ่งเหล่านั้น ซึ่งตรงข้ามแดนนรกอย่างสิ้นเชิง "สวนพุทธ" ทำเป็นตอนพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพาน
เต่า 10,000 ปี เป็นเต่าที่จะอยู่บริเวณที่จะออกจากแดนนรก ซึ่งทางวังแสนสุขเค้าบอกว่าคนที่ไปทัวร์ นรกมาแล้วนั้น ก่อนจะออกจากนรกควรที่จะบริจาคคือทำทานให้กับชีวิตด้วยการโยนเงินให้เต่า ซึ่งเป็น สัตว์ที่มีอายุยืนเป็นเคล็บให้ตัวเอง โดยเวลาโยนก็ให้พยายามโยนให้อยู่บนหลังเต่าให้ได้ จะได้เป็นมงคล แห่งชีวิต เหอๆๆๆ .... ผู้คนก็เลยพยายามโยนกันใหญ่ หลายครั้งครับกว่าจะตกอยู่บนหลังเต่า
สถานที่ตั้ง
มูลนิธิหลวงพ่อเณรน้อย โพธิสัตโต เลขที่ 12 ตำบลแสนสุข (บางแสน) อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 20130 โทร. (038)381131, 382831, 383031-33, (01)3210559
| | |
 |
 |
 |
 |
| 5 . วัดอ่างศิลา |
| |
|
|
ความเป็นมา
วัดอ่างศิลา
เดิมชื่อวัดนอกตั้งอยู่ใกล้กับวัดใน ภายหลังรวมกันเป็น " วัดอ่างศิลา "
มีความเก่าแก่ มาตั้งแต่สมัยอยุธยา และ ปฎิสังขรณ์ขึ้นในรัชกาลที่ 4
ปัจจุบันจึงเป็นที่เคารพนับถือ ของชาวบ้านแถบนั้น ภายในวัดมีสิ่งที่น่า
สนใจหลายอย่างพระอุโบสถ ภาพเขียนใน พระอุโบสถ มณฑปพระพุทธบาท
พระอุโบสถ มีลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายวัดราชโอรส ที่ฝั่งธนคือเครื่องบนหรือหลังคาไม่มีช่อ
ฟ้าใบระกาหน้าบันประดับด้วย เครื่องถ้วยกระเบื้องเคลือบจีน กรอบประตู หน้าต่างปั้นปูนประดับ
ด้วยลายพุดตานรอบพระอุโบสถมีพาไลเป็นระเบียงเดินได้รอบ
ภาพเขียนในพระอุโบสถ สภาพยังสมบูรณ์การเขียนภาพต่างจากประเพณีนิยมคือ ด้านหลังพระประธาน
แทนที่จะเป็นภาพไตรภูมิก็เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิในซุ่มพระวิมาน มีเหล่าทวยเทพเฝ้าแหน
ด้านหน้าพระประธานแทนที่จะเป็นภาพมารผจญ ก็เป็นภาพพุทธประวัติตอนเสร็จออกบวช ผนังทางขวา
ของพระประธานเป็นภาพ ตอนประสูติพระนางสิริมหามายากำลังโหนกิ่งสาละ ส่วนผนังด้านซ้ายกลับเป็น
ภาพมารผจญสีที่ใช้วาดเน้นสีแดง ดำ และครามซึ่งเป็นสีที่ช่างจีนนิยมใช้มีภาพอาคารบ้านเรือนตึกคอนกรีต
แบบฝรั่งภาพมีมิติกว้างลึกต้นไม้ใช้พู่กันแต้มเป็นใบไม้คล้ายฝีมือ ของขรัวอินโข่ง ศิลปินชื่อก้อง ในสมัย
รัชกาลที่ 4 อันเป็นยุคสมัยที่สร้างพระอุโบสถ หลัง
มณฑปพระพุทธบาท อยู่ข้างพระอุโบสถภาพในมีรอยพระพุทธบาท
จำลอง ผนังด้านในมณฑป เขียนรูปพระอรหันต์เข้าแถวเรียงหน้ากระดาน
แถวละห้าองค์มีตาลปัตรคั่นแต่ละองค์ใต้ภาพพระอรหันต์มีชื่อบุคคลต่างๆ
เข้าใจว่าเป็นผู้ออกวัตถุปัจจัยในการสร้าง ส่วนใหญ่เป็นชื่อชาวจีนจึง
สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของวัด กับ ชุมชนชาวจีน ที่อยู่โดยรอบวัดนี้
| | |
 |
 |
 |
 |
| 6 . ศาลเจ้านาจา |
| |
|
|
กิจกรรม
วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2549 พิธีลอยกระทง (ปั้งจุ๋ยเต็ง)
วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2549 วันคล้ายวันระสูติองค์สมเด็จพระมารดาเจ้าแห่งดวงดาว
วันอังคารที่ 31 ตุลาคม 2549 วันส่งเสด็จองค์เทพเจ้าเก้าพระองค์ (กิ้วอ้วงฮุดโจ้ว)
วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2549 วันคล้ายวันออกบวชพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม
วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2549 วันประสูติ ตี่บ้อ เนี่ย เนี้ย
วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม 2549 วันประสูติองค์ไท้อิกกิ้วโค้วกิ้วหลั่งเทียงจุง
ความเป็นมา
ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ สร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2534 โดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ สร้างเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กบนเนื้อที่ 200 ตารางวา
ต่อมาด้วยบารมี แห่งองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อทำให้ศิษยานุศิษย์ พ่อค้าและประชาชนที่เคารพ เลื่อมใส ร่วมบริจาคทุนสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฏาคม 2538 โดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ เป็นผู้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยมีวัตถุประสงค์สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 4 ปี บนเนื้อที่ 4 ไร่ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 องค์ และพระราชทานนามศาลเจ้าแห่งนี้ว่า "วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม" ขยายอาคารและเนื้อที่ ประกอบด้วย อาคารหลัก 3 หลัง หอฟ้าดิน 1 หลัง บนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่
สถานที่ตั้ง
1/13 ม.5 ถ.อ่างศิลา-บางเสน ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี โทร.0-3839-8381-4
| | |
 |
 |
 |
 |
| 7 . ศาลเจ้าแม่สามมุข |
| |
|
|
ความเป็นมา
ถ้าเอ่ยถึงตำนานความรักที่ยิ่งใหญ่ของชายหญิงที่มีจุดจบแสนเศร้า หลายคนคงนึกถึงตำนานความรักของสองตระกูลใหญ่ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ลงรอยกัน อันเป็นผลให้ความรักของรุ่นลูกอย่าง โรมิโอและจูเลียต ต้องจบลงด้วยความตาย แต่ถ้าเป็นตำนานรักของไทย หนีไม่พ้น ขวัญ เรียม ที่มีจุดจบที่คล้ายคลึงกันตลอดจนความรักของ นางนาก ผีสาวผู้ที่รอการกลับมาของสามี จนกลายเป็นตำนานของความรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ที่เล่าขานกันมารุ่นต่อรุ่น
เหตุที่คราวนี้ ลี้ลับต่างม. ได้เกริ่นถึงแต่เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก นั่นก็ เพราะ เรื่องลี้ลับฯ คราวนี้เราบุกไปถึง จ.ชลบุรี โดยนักศึกษาที่นั่นต่างบอกเราว่าเรื่องลี้ลับของที่นี่ต้องยกให้ตำนานความรักที่ยิ่งใหญ่ของศาลเจ้าแม่สามมุก ที่ตั้งอยู่เชิงเขาสามมุก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนี้
เขาสามมุก เป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน ขับรถไปตามถนนเลียบริมหาดจากอ่างศิลาเป็นทางลาดขึ้นไปนั่นก็คือบริเวณที่เรียกกันว่าเขาสามมุก และเขาสามมุกเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงจำนวนมาก ส่วนศาลเจ้าแม่สามมุกตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา และ ที่มุมหนึ่งของศาลฯ มีผู้เขียนถึงตำนานความรักของท่านไว้ดังนี้
เมื่อปลายรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาบริเวณบางแสนและเขาสามมุข ยังไม่มีบ้านเรือนและผู้คนหนาแน่นเหมือนปัจจุบันนี้ ชื่อบางแสนและเขาสามมุขก็ยังไม่ปรากฏ จะมีก็แต่ตำบลอ่างหิน ในปัจจุบันก็คือตำบลอ่างศิลาอันเป็นชุมชนของชาวประมงริมทะเล
ณ ตำบลอ่างหินนี่เอง (อ่างศิลา) มีเจ้าของชื่อโป๊ะ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามว่า กำนันบ่าย มีลูกชายชื่อว่า แสน ห่างจากตำบลอ่างหินออกไปพอประมาณมียายหลานอาศัยกันอยู่คู่หนึ่ง ยายมีชื่อเสียงเรียงนามใดไม่ได้ปรากฏไว้ ส่วนหลานสาวนั้นมีชื่อว่า สามมุข อาศัยอยู่ในเมืองปลาสร้อย (จังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน) เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตลง ก็ได้มาอาศัยอยู่กับยายจนกระทั่งโต สามมุข มักจะชอบมานั่งเล่นดูหนุ่มสาวรวมทั้งเด็กที่มาเล่นว่าวในหน้าลมว่าวอยู่ริมเชิงเขาเป็นประจำ และมีเพื่อนที่คอยหยอกล้อเล่นเป็นประจำก็คือลิงป่าที่ลงมาจากเขา
อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ สามมุข กำลังนั่งเล่นอยู่ ก็ได้มีว่าวตัวหนึ่งขาดลอยลงมาตกอยู่ที่หน้าของสามมุข เธอจึงเก็บว่าวตัวนั้นไว้และมีเด็กหนุ่มชื่อแสนวิ่งตามว่าวที่ขาดลอยมาจึงได้พบกับสามมุข เขาทั้งสองได้รู้จักกันและแสนก็ได้มอบว่าวตัวนั้นไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พบปะกันเรื่อยมาจนเกิดเป็นความรัก และได้สาบานต่อหน้าขุนเขาแห่งนี้ว่า ทั้งสองจะครองรักกันชั่วนิรันดร หากใครผิดคำสาบานนี้จะกระโดดหน้าผาแห่งนี้ตายตามกัน และแสนได้มอบแหวนวงหนึ่งให้แก่สามมุขไว้เพื่อเป็นพยาน
เมื่อกำนันบ่ายซึ่งเป็นพ่อของแสนได้ทราบเรื่องเข้าก็เกิดความไม่พอใจ แสนได้พยายามขอร้องผู้เป็นพ่อให้ไปสู่ขอสามมุข แต่กำนันบ่ายก็กีดกันและกักบริเวณแสนไว้ จึงทำให้ทั้งสองไม่ได้พบหน้ากัน หลังจากนั้นกำนันบ่ายก็ได้ไปสู่ขอลูกสาวคนทำโป๊ะให้กับแสนและกำหนดพิธีการแต่งงานขึ้น ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอ่างหิน (อ่างศิลา) จนสามมุขเองก็ได้รับรู้ถึงข่าวนี้ด้วย ในวันแต่งงานของแสนได้มีการจัดงานกันอย่างใหญ่โตสมเกียรติกับที่เป็นงานของกำนันบ่าย
ตลอดระยะเวลาที่แขกได้ทยอยเข้ามารดน้ำสังข์อวยพรให้คู่บ่าวสาวทั้งสอง แสนได้แต่ก้มหน้านิ่งเสียใจอยู่กับตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จนกระทั่งแสนรู้สึกว่ามีน้ำสังข์ลดลงมาพร้อมกับแหวนวงหนึ่งตกลงมาด้วย แสนจำได้ดีว่าแหวนวงนี้เขาเป็นคนมอบให้สามมุขแต่พอเงยหน้าขึ้นสามมุขก็ได้วิ่งจากออกไปแล้ว แสนได้หวนคิดถึงคำสาบานที่ได้ให้กับสามมุขไว้ จึงรีบวิ่งไปที่เชิงเขาแต่ก็สายไปเสียแล้ว สามมุขได้ขึ้นไปที่หน้าผานั้นแล้วทิ้งร่างที่ไร้หัวใจลงดิ่งสู่ก้นผาสิ้นชีพอยู่ริมทะเล แสนผู้ที่ให้คำสาบานไว้กับสามมุขเขาจึงกระโดดลงหน้าผาตามสามมุขหญิงสาวสุดที่รักไป
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันเศร้าสลดใจเป็นอย่างมาก จึงพากันสาปแช่งกำนันบ่าย ต่อมากำนันบ่ายได้นำถ้วยชามสิ่งของต่างๆ มาไว้ในถ้ำตรงหน้าผาแห่งนั้นและตั้งชื่อภูเขาลูกนี้ว่า เขาสามมุข และชายหาดที่ติดกันว่า หาดบางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์รักแด่คนทั้งสองจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาชาวบ้านในแถบนั้นเล่าว่า เมื่อตกดึกได้พบเห็นร่างของหญิงสาวมายืนอยู่ตรงหน้าผานั้นเป็นประจำทุกคืน ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างศาลนี้ขึ้น เพื่อเป็นที่สิงสถิตและเป็นที่เคารพสักการะแก่ชาวบ้านและชาวประมงเมื่อเวลาที่จะออกเรือไปหาปลามักจะมีการมาจุดประทัดบนบานขอให้ได้ปลากลับมาเต็มลำเรือ อย่าต้องเผชิญกับลมพายุบางครั้งเจอลมพายุกลางทะเลก็จุดธูปบนเจ้าแม่สามมุขให้รอดปลอดภัยจากอันตรายก็สัมฤทธิ์ผลเรื่อยมา
จากนั้นเมื่อเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของเจ้าแม่สามมุขนั้นแพร่กระจายออกไป ก็มักมีคู่รักชายหญิง มาอธิษฐานขอให้ความรักของตนสมหวัง โดยเขียนชื่อตนกับคนรักไว้บนว่าว แล้วแขวนไว้บริเวณศาลโดยเชื่อกันว่าเจ้าแม่สามมุกจะดลบันดาลให้ทุกคู่รักสมหวัง และไม่พลัดพรากจากกันเหมือนดังในตำนาน
สถานที่ตั้ง
จังหวัดชลบุรี
| | |
 |
 |
 |
 |
| 8 . วัดเกาะลอย |
| |
|
|
ความเป็นมา
เป็นเกาะขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ ห่างจากชายฝั่งของ อำเภอศรีราชาประมาณ ๓๐๐ เมตร ในอดีตนั้นจะมี สะพานไม้ เชื่อมตัวเกาะกับชายฝั่ง สามารถชมภาพ บรรยากาศเก่าๆ ได้ ตามร้านถ่ายรูปบางแห่งของ ศรีราชา ปัจจุบันสะพานไม้ดังกล่าว ได้รื้อทิ้งไปแล้วและได้สร้างถนน คอนกรีตแทน สิ่งที่น่าสนใจ บนเกาะนั้นประกอบด้วย วิหารหลวงพ่อผิวหรือพระครู ปริยัติวราทร อดีตเจ้าอาวาสวัด ศรีมหาราชา ซึ่งทุกวันจะมี พุทธาสนิกชน มานมัสการกันเป็น จำนวนมาก ส่วนทางเดินรอบเกาะก็เป็นที่นิยมของบรรดา นักตกปลามา ตกปลา อีกทั้งยังเหมาะ ที่จะชมวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยาม ที่ดวง อาทิตย์ ลับขอบฟ้า
| | |
 |
 |
 |
 |
| 9 . วัดเขาชีจรรย์ |
| |
|
|
ความเป็นมา
ลักษณะทั่วไป
พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา เป็นพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา
เขาชีจรรย์ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มหาราช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 ด้านหน้ามีลานอเนกประสงค์ มีการจัดสวนต้นไมไว้ได้อย่างสวยงาม
สถานที่มองไปเป็นที่ราบเชิงเขา และเขาแกะสลักรูปพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา ไว้ที่ผนังอย่างงดงามชัดเจน
| | |