ไหว้พระปทุมธานี

 
     
 
1 . วัดเจดีย์หอย
 

วัดเจดีย์หอย

ประวัติวัดเจดีย์หอย

������������ ในขณะที่ท่านหลวงพ่อธุดงค์ไปยังประเทศพม่า เพื่อพบกับพระอาจารย์ศิลยันตะหนึ่งพรรษาและได้ศึกษาวิชาอาคมจนแตกฉานแล้ว จึงธุดงค์กลับถ้ำโอ่งจุก อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดทำให้ท่านเกิดนิมิตว่า ในสถาน ณ.ปัจจุบันนี้ เมื่อ 8 ล้านปี เป็นเมืองใหญ่ชื่อ เมืองรัตนวดี ซึ่งท่านเองเคยเป็นเจ้าเมืองที่นี่ ชื่อ� เจ้าชายโสวิน� มเหศรีชื่อ� นางปทุมวดี� ได้ให้ไปดูสถานที่ที่ท่านเห็นในนิมิตโดยมีข้อสังเกตุ สามข้อ คือ

����������� 1. มีต้นกอไผ่หนึ่งกอ

����������� 2. มีลำแปดลำ

����������� 3. มีต้นมะยมสามต้นออกลูกดก ขอให้ไปดู

����������� ท่านจึงได้กราบหลวงพ่อในถ้ำโอ่งจุกแล้วเดินทางกลับ� จากตำบลนาสวนจนถึงทุ่งลาดหญ้า� ก็ได้พักอยู่ที่วัดหลวงพ่อลำใยจากนั้นก็เดินทางกลับ โดยเช่าเรือสองตอน โดยท่านหลวงพ่อบอกว่าให้พาไปที่สถานที่ที่เรียกกันว่า ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว หรือเรียกว่า คลองกระพัน ซึ่งท่านเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน หลังจากที่ดูไปเรื่อยๆก็มาเจอะกอไผ่ที่บริเวณหน้าวัด ท่านจึงได้สอบถามว่า สถานที่ตรงนี้เป็นที่ของใคร จนท่านได้เจอะกับ� โยมเฉลิม จึงได้นัดให้พาไปเจอกับเจ้าของที่คือที่บ้านของ� ยายเกลิ้น อายุ 81 ปี ซึ่งท่านได้ถามยายว่า ที่ของโยมยายที่อยู่ที่คลองกระพังทั้งหมดมีกี่ไร่ จากนั้นท่านจึงได้ทราบว่า มีทั้งหมด 113 ไร่ กับ 3 งาน แล้วท่านก็ถามยายต่ออีกว่า� ถ้าอาตมาจะซื้อสร้างวัดโยมยายจะขายหรือเปล่า ยายก็บอกว่าขาย ขาย ไร่ละ 11,000 บาท แต่ในนิมิตบอกว่าที่ตรงนี้เป็นที่เก่าของหลวงพ่อ ห้ามต่อเป็นเด็ดขาด หลวงพ่อจึงได้ตกลงซื้อตามราคานั้น โดยได้เงินทั้งหมดมาจากโยมพ่อของท่านเอง ( นายเพิ่ม เป็นโยมพ่อของหลวงพ่อทองกลึง )

����������� หลังจากนั้นหลวงพ่อก็ได้ให้รถแมคโครมาขุดบ่อ เพราะหลวงพ่อมีความประสงค์ที่จะปลูกสมุนไพร� เพื่อใช้เก็บกักน้ำไว้รดน้ำสมุนไพร ประมาณ 20 ไร่ ขุดอยู่ประมาณ 18 วัน� รถแม็คโครก็ได้ตักติดเปลือกหอยขึ้นมา� ต่อมาหลังจากนั้นท่านก็ขอให้คณะกรรมการช่วยกันขุดเปลือกหอยขึ้นมาจนได้จำนวนมากมาย ตั้งแต่� วันที่ 12 พ.ศ. 2526 จนเลิกขุดเมื่อ พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นวันที่� สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี� เสด็จมาเปิดอนามัยเฉลิมพระเกียจ �� (ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดของอนามัยแห่งนี้ก็ได้รับบริจากจากหลวงพ่อทองกลึง สุนทโร) และได้เสด็จมาชมสมุนไพร ว่าน ยา ชมเจดีย์หอย � และชมการขุดหอย� จากนั้นหลวงพ่อก็สั่งให้ยกเลิกการขุดในครั้งนั้นเอง
 
สถานที่ตั้ง
วัดเจดีย์หอย ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จากสี่แยกลาดหลุมแก้ว เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ จะมีทางแยกซ้ายระหว่าง กม.ที่ ๒๑-๒๒ เข้าไปอีก ๑๐ กม.
2 . ศาลหลักเมือง
 
ความเป็นมา
ศาลหลักเมือง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งของจังหวัดปทุมธานี เป็นที่ประดิษฐานเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นที่เคารพ สักการะของชาวจังหวัดปทุมธานี ศาลหลักเมืองนี้อยู่บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัด สร้างขึ้น เมื่อ วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2520 เป็นศาลาแบบจตุรมุข ยอดกลางมีลักษณะคล้ายก้านดอกบัวหลวงเหนือ ขึ้นไป เป็นฐานกลีบบัวรองรับมณฑป ภายในมณฑปประดิษฐานหลักเมือง และมีรูปหล่อพระนารายณ์ สี่กรทรง เหนือหลังนกฮูก และพระวิษณุหล่อด้วยสำริด ด้านหลังของมณฑปบรรจุพระยอดธงวัดไก่ เตี้ย อีกทั้งสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์มากมาย ประกอบด้วยเครื่องรางของขลัง ที่รวบรวมมาจากวัดต่าง ๆ ใน จังหวัดปทุมธานี

สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัด

3 . วัดเจดีย์ทอง
 
ความเป็นมา
วัดเจดีย์ทอง ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก ในวัดนี้มี เจดีย์ทรง รามัญสร้างมาประมาณ 160 ปี เป็นสถาปัตยกรรมมอญที่เลียนแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองของพม่า และยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นด้วยหยกขาวเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยรามัญ

สถานที่ตั้ง
สายปทุมธานี - สามโคก วัดเจดีย์ทองอยู่ห่างจากจังหวัดไป 8 กิโลเมตร แยก ขวาเข้าวัดอีก ประมาณ 500 เมตร

4 . วัดชัยสิทธิ์
 
ความเป็นมา
วัดชัยสิทธิธาวาส สร้ามขึ้นเมื่อราวพ.ศ.2300 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเดิมมีนามว่า " วัดป่า " เนื่องจากเดิมบริเวณวัดทั้งหมดเป็นป่าโดยทั่วไป
ต่อมาปี พ.ศ.2402 เจ้าสัวเขียวได้มาทำการบูรณปฎิสังขรณ์เสนาสนะให้ดีขึ้น ครั้นเมื่อปี พ.ศ.2486 สมัยพระอธิการเจิม ยสชาโต เป็นเจ้าอาวาส ได้เปลี่ยนชื่อวัดป่า เป็นชื่อ " วัดชัยสิทธิธาวาส "

ลำดับเจ้าอาวาสวัด
1.พระครูวิสุทธิสีล พ.ศ.2400-2431
2.พระอธิการมะ (สว่าง) สรรสี พ.ศ.2432-2485
3.พระอธิการเจิม ยสขาโต พ.ศ.2486-2489
4.พระครูพัฒนกิจโกศล (พัฒน์ รามธมโม) พ.ศ.2489-2544
5.พระมหาสำริน ชนธมโม พ.ศ.2544 ถึงปัจจุบัน

สถานที่ตั้ง
ตำบลกระแชง อำเภอสามโคก จังหวีดปทุมธานี 10160 โทรศัพท์.02 581 8147 , 089 241 4177

5 . วัดไผ่ล้อม
 
ความเป็นมา
วัดไผ่ล้อม เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ เนื่องจากบริเวณวัดนั้นมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นที่อาศัยของ นกปากห่าง จำนวน
มาก นกปากห่างเป็นนกที่อยู่ในตระกูลนกกระสา มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย ลาว เขมร และเวียดนาม นกชนิดนี้จะเริ่มอพยพมาอาศัยอยู่ที่วัดไผ่ล้อมในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี อาหารที่นกปากห่างชอบคือหอยโข่ง กุ้งและปลา ปัจจุบัน "นกปากห่าง" เป็นสัตว์ป่าสงวนในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ การเดินทางไปวัดไผ่ล้อมสามารถโดยสารรถประจำทาง ขส.มก. สาย 32 และ ปอ.6 จากสนามหลวง หรือสาย 104 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปท่าเรือเทศบาลเมืองปทุมธานีแล้วข้ามเรือไปยังวัดไผ่ล้อมอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ยังมีบริการเรือนำเที่ยว กรุงเทพฯ-วัดไผ่ล้อม-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ไป-กลับ ทุกวันอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.623-6001-3 หากขับรถไปเองให้ใช้เส้นทางสายปทุมธานี-สามโคก ตรงไปถึงวัดสามัคคิยารามเลี้ยวขวาเลียบวัดไปจนถึงท่าน้ำ จะมีแพขนานยนต์ข้ามฟากให้บริการ หากไม่ต้องการนำรถข้ามฟาก ก็จอดรถไว้แล้วนั่งเรือรับจ้างข้ามไปวัดไผ่ล้อมได้ ในบริเวณวัดไผ่ล้อมมีร้านจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวในวันเสาร์และอาทิตย์


สถานที่ตั้ง
วัดไผ่ล้อม ตั้งอยู่บนฝังตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตอำเภอสามโคก

6 . วัดอัมพุวราราม
 
ความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา :
ตำบลบ้านงิ้วนั้นมีทั้งประชากรที่มีเชื้อสายไทยและมอญ ชาวมอญที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ตำบลบ้านงิ้วนั้น สันนิษฐานว่าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรทรงกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ชาวมอญได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จึงโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ตั้งแต่เชียงราก ( เดิมเรียกเชิงราก ) ไปจนถึงวัดสิงห์ ชื่อเมืองสามโคกนั้นตามตำนานเชื่อว่ามาจากโคกดินสามโคกที่บริเวณวัดสิงห์ เล่ากันว่าโคกดินทั้งสามเกิดจากชาวมอญสองพี่น้องที่อพยพมาจากหงสาวดี เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนั้น ได้ขุดดินขึ้นมาเป็นโคกให้พ้นน้ำหลากและสร้างเตาเผาขึ้นมาบนโคกนั้น
ส่วนชื่อตำบลบ้านงิ้วนั้นสันนิษฐานว่าแต่เดิมบริเวณนี้เป็นชุมชนที่มีต้นงิ้วเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณโค้งวัดสวนมะม่วงเคยมีต้นงิ้วอายุ 100 กว่าปี อยู่ติดกับคลองบ้านงิ้ว ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำโบราณ ทางไปวัดอัมพุวราราม ต่อมาทางการได้นำต้นงิ้วมาปลูกไว้ที่ไหล่ทาง ต้นงิ้วจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนและเรียกชื่อชุมชนนี้ว่า ตำบลบ้านงิ้ว มาจนถึงปัจจุบัน


สถานที่ตั้ง
วัดอัมพุวราราม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

7 . วัดสิงห์
 
ความเป็นมา
วัดสิงห์ ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอสามโคก สันนิษฐาน ว่าสร้างเมื่อครั้งที่ชาวมอญอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองนี้ ในบริเวณวัดมีโบราณสถานและ โบราณวัตถุ ที่ควรค่าแก่การศึกษาในด้านประวัติศาสตร์และศิลปะ มีหลวงพ่อโต เป็น พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางสะดุ้งมารสมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อ เพชร) โกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากรายซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดสิงห์นี้ บนกุฏิ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์มีโบราณวัตถุที่เป็นศิลปะมอญเช่น หม้อข้าวแช่ มีรอยพระพุทธบาทจำลอง ทำด้วยไม้สัก พร้อมทั้งแท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้ง เสด็จประพาสเมืองสามโคกและมีอิฐมอญแบบเก่าที่มี 4, 6, 8, รู ในแถบวัดนี้ยังมีการทำอิฐ มอญซึ่งเป็นอุตสาหกรรมพื้นบ้าน
วัดสิงห์ เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาของเก่าได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป การเข้าชมต้องขออนุญาตเจ้าอาวาสวัดก่อน
ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือเป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตุ่มสามโคก เป็นภาชนะบรรจุที่ใหญ่ที่สุดซึ่งผลิตจากเตาแหล่งนี้ ต่อมาภายหลังชาวรามัญเมืองสามโคกได้เลิกร้างการผลิตไปโดยย้ายการผลิตไปที่เกาะเกร็ด เมืองนนทบุรี ซึ่งได้ขยายการผลิตตุ่มสามโคกขึ้นเป็นจำนวนมากและได้นำไปขายขึ้นล่องตามลำน้ำไปทั่วทุกภาค ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยโอ่งลายมังกรจากราชบุรี
ลักษณะตุ่มสามโคกมีเนื้อดินสีแดงส้มเหมือนสีอิฐหรือสีมันปู เนื้อภาชนะค่อนข้างหนา รูปทรงปากโอ่งแคบ คอโอ่งจะติดกับไหล่ มีลายยืดเป็นเส้นคู่ตรงไหล่ ตรงกลางตุ่มป่องกลม รูปทรงเตี้ยป้อม ปากและก้นโอ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน ปัจจุบันหาดูตุ่มสามโคกของเก่าได้ที่ วัดสิงห์ วัดสามโคก และตุ่มสามโคกขนาดใหญ่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครที่กรุงเทพฯ
การเดินทางไปได้ทั้งทางเรือและทางรถยนต์โดยถนนสายปทุมธานี-สามโคก เพียง 3 กิโลเมตร และมีทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดเป็นที่ประดิษฐาน ของพระพุทธรูปองค์ที่สำคัญ คือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสมัยอยุธยา มีพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุศิลปะมอญ นอกจากนี้ชาวบ้านรอบ ๆ วัดยังคงมีการทำอิฐมอญ แบบเก่า เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวให้เห็นอยู่ทั่วไป

สถานที่ตั้ง
จังหวัดปทุมธานี

8 . วัดบางนา
 
ความเป็นมา
วัดบางนาเป็นวัดเก่าแก่ สัณนิษฐาณว่าสร้างตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสิน (สะกดถูกหรือเปล่าเนี่ย) แต่ก่อนชื่อวัด กลางนา เพราะอยู่กลางทุ่งนา แต่ต่อมาก็เพี้ยนมาเป็นวัดบางนา แล้วคงมีอยู่ยุคหนึ่งที่ย้ายมาอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
เจ้าอาวาสวัดบางนามีมาแล้วหลายรูป แต่ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดก็น่าจะเป็น หลวงปู่เส็ง จทรสี อดีตเจ้าอาวาส

หลวงปู่เส็งเป็นเกจิอาจารย์ศิษย์ของหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ครับ ท่านเป็นพระที่เปี่ยมด้วยความเมตตาเป็นอย่างสูง และเป็นที่เคารพของบรรดาชาวบ้านในละแวกวัด รวมไปถึงศิษยานุศิษย์จากหลากหลายที่

ปัจจุบันสรีระของหลวงปู่เส็งนั้นไม่เน่าเปื่อย และถูกบรรจุไว้ในโลงแก้วในบริเวณกุฎิเก่าของหลวงปู่ตรงริมน้ำ และยังมีผู้มากราบไว้เป็นจำนวนมากทุกๆวัน

9 . วัดหงส์ปทุมวาส
 
ความเป็นมา
วัดหงษ์ปทุมาวาส (วัดมอญ) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตำบลบางปรอก ใกล้กับตลาดสดเทศบาล เป็นวัดที่สร้างโดยชาวมอญที่อพยพหนีพม่ามาไทยในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี มีสัญลักษณ์ของวัดมอญคือ เสาหงส์ ซึ่งบนยอดเสาเป็นตัวหงส์หมายถึง เมืองหงสาวดี เมืองหลวงของชาวมอญ ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดคือ พระพุทธชินราชจำลองปางมารวิชัย เจดีย์มอญจำลองแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองในเมืองหงสาวดี วิหารจำลองได้แบบมาจากกรุงหงสาวดีหลังคาเป็นชั้นๆ มีลวดลายที่สวยงามมาก อุโบสถเป็นอุโบสถสร้างใหม่ตามสถาปัตยกรรมของไทย มองเห็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ได้แต่ไกล ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติและยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย รูปหล่อหลวงปู่เฒ่าที่ชาวบ้านนับถือ และมีศาลาการเปรียญประดับด้วยไม้แกะสลักสวยงาม วัดแห่งนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาหน้าวัด มีพันธุ์ปลาต่างๆ มากมายที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาเช่น ปลาสวาย ปลาเทโพ ว่ายมาชุมนุมกันอยู่เนืองแน่นเพื่อรอรับอาหารจากผู้มาทำบุญไหว้พระที่วัด
 
 
 
 
 
 
 
หน้าแรก | เจ้าแม่กวนอิม | แนะนำวัด | ถาม-ตอบ | ชมรม ๑๐๙ วัด |